การกำจัดขน ถาวร วิธีการกำจัดขน

ขนคือส่วนเกินอย่างหนึ่งบนผิวพรรณของเรา ถ้ามีน้อยและรบกวนรูปลักษณ์คงไม่มีปัญหา แต่ในบางรายที่ขนขึ้นดก รก ก็ทำให้เจ้าตัวเกิดความกังวลและขาดความมั่นใจได้ ก็ใครจะอยากมีขนเยอะ เวลาใส่เสื้อแขนสั้น กระโปรงหรือกางเกงขาสั้น แล้วขนบนร่างกายเด่นขึ้นมาล่ะ ขนบนร่างกายไม่ว่าจะเป็นขนขา แขน รักแร้ หรือขนในที่ลับทั้งหมดถูกกระตุ้นให้เกิดขึ้นมาด้วยฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen Hormone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย ถึงแม้ว่าฮอร์โมนนี้จะเป็นฮอร์โมนเพศชาย ในสาว ๆ บางรายที่มีฮอร์โมนชนิดนี้มากเกินไปทำให้ขนดกด้วยเช่นกัน แต่หากขนเหล่านี้มีมากจนขาดความมั่นใจ เราก็ควรหาทางกำจัดดีกว่า

กำจัดขนเพื่อผิวสะอาด เรียบเนียน

เมื่อขนเป็นตัวปัญหาให้เกิดความไม่มันใจ เราต้องหาทางกำจัดออกไป ในปัจจุบันสามารถกำจัดขนได้ 2 แบบ คือ การกำจัดขนแบบชั่วคราว และการจำกัดขนแบบถาวร

1.การกำจัดขนแบบชั่วคราว เป็นการกำจัดขนที่เราทำประจำอยู่แล้วเช่น การถอน การโกน การแวกซ์ การใช้ลูกกลิ้งไฟฟ้า หรือการใช้น้ำยากำจัดขน เป็นต้น เป็นวิธีที่ ง่ายสะดวก ราคาถูก สามารถทำได้เอง วิธีเหล่านี้จึงนิยมมาก แต่การกำจัดขนแบบชั่วคราวก็มีข้อด้อยนะคะ แม้จะกำจัดขนได้จริงแต่ก็ไม่ถาวร ต้องทำต่อเนื่องตลอดและทำทุกครั้งที่ขนขึ้น และอาจเกิดการระคายเคืองได้ง่าย เช่น เกิดปัญหาขนคุด (in grown hair) กลายเป็นตุ่มนูนเหมือนหนังไก่ ผิวหนังมีรูดำไม่เรียบ หรือปัญหาผิวบริเวณที่กำจัดขนดำ หมอง ทำให้ผิวแลดูไม่สวยงามได้

 2.การกำจัดขนแบบถาวร เป็นวิธีกำจัดขนที่ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ วิธีการง่าย ๆ ขนจะค่อย ๆ ลดลงจากการรักษาหลาย ๆ ครั้ง และไม่มีปัญหาขนคุดให้กังวล เหมือนที่เกิดในวิธีแบบชั่วคราว ปัจจุบันวิธีการกำจัดขนแบบถาวรที่นิยมและได้ผลดีมาก มีอยู่ 2 วิธีคือ การจี้ไฟฟ้าหรือจี้ด้วยคลื่นวิทยุ และการใช้เลเซอร์

  • การจี้ไฟฟ้า หรือจี้ด้วยคลื่นวิทยุ เป็นการกำจัดขนได้ถึงรากขนเลยทีเดียว เป็นวิธีที่ได้ผลดีมาก ขนที่ถูกกำจัดออกไปแล้วจะไม่ขึ้นมาใหม่อีก โดยขั้นตอนการทำนั้นแพทย์จะใช้เข็มเล็ก ๆ แทงสอดเข้าไปที่รูขุมขน ใช้ปฏิกิริยาทางเคมีหรือความร้อน หรือใช้ทั้ง 2 วิธีเข้าด้วยกันเพื่อทำลายรากขนโดยเฉพาะ แต่ก่อนทำต้องใช้การประคบเย็นเพื่อทำให้ชา หรือบางบริเวณอาจต้องทาหรือฉีดยาชา วิธีนี้สามารถใช้กำจัดขนถาวรได้ 100% แต่ต้องทำเรื่อย ๆ ในจำนวนครั้งมากพอ ซึ่งจำนวนครั้งที่ต้องทำนั้นขึ้นอยู่กับปริมาณขนของแต่ละคนซึ่งมีมากน้อยไม่เท่ากัน
  • การใช้เลเซอร์กำจัดขน เป็นวิธีที่นิยมกันมากในขณะนี้ การทำเลเซอร์ต้องทำโดยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อป้องกันอันตรายและทำอย่างถูกต้อง ปลอดภัย การใช้เลเซอร์ คือวิธีกำจัดขนถาวรโดยแสงเลเซอร์จะไปจับกับเม็ดสี (pigment) ของขนในระยะที่ขนกำลังเจริญเติบโตยาวออกมาเรื่อย ๆ วิธีนี้มีข้อดีคือไม่เจ็บ แต่ก่อนทำแพทย์จะใช้ครีมทาให้ชาก่อนหรือมีการเป่าลมเย็นขณะทำ การใช้เลเซอร์สามารถกำจัดขนได้ 60-80% จากการทำซ้ำหลายๆ ครั้ง ในช่วงแรกขนจะไม่หมดไปถาวรแต่ควรทำต่อเนื่อง ขนที่เหลือหรือขึ้นใหม่เส้นจะเล็กลง บางลง สีจางลง และการงอกขึ้นมาใหม่จะช้าลงเว้นระยะห่างมากขึ้น

สำหรับการกำจัดขนถาวร หลังทำไปช่วงแรก ๆ  จะดูเหมือนขนหายไปหมดเลย ก็อย่าเพิ่งดีใจว่าขนถูกกำจัดหมดไปแล้ว เพราะปริมาณขนที่งอกออกมาให้เราเห็นนั้นเป็นแค่เพียง 20% ของขนทั้งหมด ภายใต้ผิวหนังยังคงมีรากขนที่ยังไม่เจริญเติบโตหรืออยู่ในระยะพักอีก 80% ซึ่งรากเหล่านั้นจะทยอยงอกขึ้นมา ดังนั้น ไม่ว่าจะกำจัดขนถาวรด้วยวิธีไหน ควรทำซ้ำ 3-4 ครั้ง ถ้าต้องการให้เห็นปริมาณขนลดลงชัดเจน หรือมากกว่านั้นจนกว่าจะพอใจ ส่วนคนที่ต้องการให้เนียนเลยก็ประมาณ 5-7 ครั้ง โดยปกติการกำจัดขนถาวรเป็นวิธีที่ปลอดภัยเพราะทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในคนทั่วไปไม่มีข้อห้ามใด ๆ ในการทำ ยกเว้นคนที่มีภูมิต้านทานโรคต่ำหรือมีโรคประจำตัว เพราะวิธีการกำจัดขนโดยใช้เข็มนั้น อาจทำให้เกิดรอยแผลที่ผิวหนัง แม้ว่าจะเป็นเพียงเล็กน้อยแต่ก็สามารถทำให้เชื้อโรคจะเข้าสู่ผิวหนังในบริเวณนั้นได้ จึงอาจต้องเลี่ยงไปกำจัดขนด้วยเลเซอร์แทน

 ปัจจุบันเลเซอร์ที่นิยมมี 3 วิธี

  1. IPL (Intense Pulsed Light) เป็นเครื่องมือชนิดเดียวกับที่ใช้รักษารอยดำหรือรอยแดง เลเซอร์ชนิดสามารถปรับคลื่นความถี่ได้หลายคลื่น สำหรับการกำจัดขนก็ใช้คลื่นความถี่ที่ต่างจากการกำจัดรอยดำรอยแดงโดยใช้ความยาวคลื่นอยู่ที่ 590-1,200 นาโนเมตร (nm) ยิงเข้าไปบริเวณที่ต้องการกำจัดขน หลังยิงคลื่นเข้าไปเซลล์เม็ดสี (Melanin) ที่ชั้นใต้ผิวหนังบริเวณนั้นจะทำหน้าที่ดูดคลื่นแสงและเกิดความร้อนไปสู่รากขนจนสามารถกำจัดขนตั้งแต่ชั้นรากขนได้ หลังทำอาจเกิดการแสบ แต่เป็นเพียงการอักเสบหรือบวมแดงเล็กน้อย หลังจากนั้นจะหายไปได้เอง
  2. Diode Laser (Light sheer) เป็นเลเซอร์ที่มีความเฉพาะซึ่งให้ผลการกำจัดขนดีกว่า IPL ได้ผลดีโดยเฉพาะขนที่มีสีอ่อน เลเซอร์ชนิดนี้จะมีการเลือกช่วงความยาวคลื่นได้เช่นเดียวกับ IPL สำหรับการกำจัดขนถาวรจะอยู่ในช่วงคลื่นที่ 800 นาโนเมตร ยิงถึงรากขน และมีการพัฒนาให้มีความรู้สึกเจ็บน้อยลงขณะทำ และใช้เวลาในการทำน้อยลง จึงลดการอักเสบ วิธีนี้ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อไม่ให้เกิดรอยไหม้คล้ำของผิวบริเวณที่ยิงเลเซอร์
  3. Long pulse ND Yag เลเซอร์ชนิดนี้เหมาะมากกับชาวเอเชียที่มีผิวเหลืองเป็นเครื่องมือที่ถูกออกแบบมาให้มีคลื่นความถี่สูง สำหรับใช้กำจัดขนถาวรที่ 1,064 นาโนเมตร ทำให้ยิงเลเซอร์ลงไปได้ลึกถึงชั้นรากขน กำจัดขนที่ยาวได้ดี หลังยิงจะไม่ทิ้งรอยคล้ำไว้เหมือน IPL แต่หากผู้ทำมีลักษณะขนสั้นและอ่อน อาจกำจัดออกไม่ได้ผล วิธีการนี้อาจมีอาการเจ็บน้อย แต่การทำต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การเตรียมตัวก่อนกำจัดขนถาวร

คุณจะต้องรักษารากขนไว้โดยหยุดกำจัดขนด้วยต่าง ๆ แล้วปล่อยให้ขนขึ้นตามธรรมชาติอย่างเต็มที่ประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ หรือยาวอย่างน้อย 1 ซม. เพื่อให้แพทย์เห็นขนที่อยู่ในรากชัดเจน ทำให้จี้ได้ง่าย จี้ได้หมด ส่วนการกำจัดด้วยเลเซอร์ในขณะที่ขนกำลังเจริญเติบโตออกมาจะดีที่สุด เพราะแสงเลเซอร์จะไปจับเม็ดสี (pigment) ของขนได้ดี ในระยะที่ขนยาวออกมา ซึ่งถ้าเป็นระยะอื่นจะไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร

เวลาที่ใช้ในการกำจัดขน

สำหรับเวลาที่ใช้ในการเลเซอร์นั้นใช้เวลาไม่นานมากนัก เช่น บริเวณรักแร้ ใช้เวลาประมาณเพียง 15 นาทีเท่านั้น  ส่วนใหญ่แล้วเวลาที่ใช้ในการทำมักขึ้นกับตำแหน่งที่ต้องการกำจัดขน เนื่องจากแต่ละตำแหน่งมีความหนาแน่นของขนไม่เท่ากัน เช่น บริเวณรักแร้ หน้าแข้ง จะมีความหนาแน่นของขนประมาณ 65 เส้น/ตร.ซม. ขณะที่บริเวณใบหน้าจะมีความหนาแน่นประมาณ 500 เส้น/ตร.ซม. ดังนั้นเวลาในการกำจัดขนจึงแตกต่างกันไป เช่น บริเวณใบหน้า สามารถทำได้หมดในครั้งเดียวในการใช้เลเซอร์กำจัดขนและสามารถทำได้หมดในครั้งเดียว แต่ถ้าใช้แบบเข็มอาจต้องแบ่งทำ 2-3 ครั้ง เพราะถ้าทำครั้งเดียวอาจเกิดอาการบวมขึ้นมาได้กรณีขนหนาแน่นมาก หรือบริเวณขาล่างก็สามารถเลเซอร์ได้หมดในครั้งเดียว แต่ต้องใช้ระยะเวลาในการทำนานประมาณ 2 ชม

การดูแลหลังกำจัดขน

สาว ๆ อาจมีอาการแสบร้อนคล้ายการไหม้แดดได้เล็กน้อยหลังการกำจัดขนด้วยเลเซอร์ ซึ่งอาการมักหายไปภายใน 1-2 ชม. ถ้าผิวมีรอยแดง อาการจะหายไปประมาณ 1-2 สัปดาห์ หลังจากทำสามารถอาบน้ำ ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดประมาณ 3 วัน เพราะอาจทำให้ผิวคล้ำได้ง่าย

การกำจัดขนมีหลายวิธีให้เราเลือกใช้ แต่หากเราไม่มีขนมากจนทำให้ขาดความมั่นใจก็ไม่มีความจำเป็นต้องกำจัดขนก็ได้นะคะ แต่หากมีขนมากจนเป็นอุปสรรคการใช้ชีวิต ก็เลือกใช้วิธีที่ปลอดภัยกับเรามากที่สุด