การดูแลรักษาถุงใต้ตา

“ปัญหาถุงใต้ตา” สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน และเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้ในทุกเพศทุกวัย ปัญหาถุงใต้ตตานั้นไม่ได้มีผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพ แต่ก็สร้างความอ่อนล้าให้กับใบหน้า ใบหน้าดูไม่สดชื่น ทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัย จนหลายคนที่มีปัญหาถุงใต้ตาเกิดความกังวลใจ ไม่มั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน หากปล่อยไว้โดยที่ไม่รักษาก็อาจจะทำให้ปัญหานี้ลุกลามจนแก้ไขได้ยาก และด้วยความที่ผิวหนังบริเวณรอบดวงตาเป็นส่วนที่บอบบางมาก ๆ เราจึงต้องดูแลผิวหนังบริเวณนี้อย่างถูกวิธี ตามไปดูกันว่าลักษณะถุงใต้ตาที่มีปัญหาเริ่มต้นมาอย่างไร

ลักษณะถุงใต้ตา

  1. ถุงใต้ตาเทียม เกิดจากพฤติกรรมหรือกิจกรรมต่าง ๆ เป็นสาเหตุให้ถุงใต้ตาบวมขึ้นมาในระยะเวลาหนึ่งและหายไปได้เอง เช่น การร้องไห้ การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียดสูงหรือสะสม ผู้ที่ใช้สายตามากเกินไป ผู้ที่มีนิสัยชอบ ขยี้ตาแรง ๆ บ่อย ๆ หรือเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางแรงเกินไป รวมถึงการดื่มเหล้าและสูบบุหรี่จัด เป็นต้น
  2. ถุงใต้ตา มีลักษณะไขมันที่อยู่ในบริเวณตาเกิดการยื่นหรือหย่อนออกมา อันเนื่องมาจากผนังกั้นเปลือกตาล่างอ่อนแอลง ทำให้ใต้ตามีลักษณะเป็นถุงเกิดขึ้น

สาเหตุหลักของปัญหาถุงใต้ตาบวม

  • นอนดึก เครียด และการใช้สายตาหนักเกินไป : พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันมีส่วนทำให้เกิดอาการถุงใต้ตาบวมได้เช่นกัน เช่น การนอนดึก นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ รวมถึงความเครียด และการนั่งทำงานซึ่งจะต้องใช้สายตาเป็นเวลานานโดยแทบไม่ได้หยุดพัก พฤติกรรมเหล่านี้จะก่อให้เกิดอาการอ่อนล้าสะสมในบริเวณดวงตาและทำให้ถุงใต้ตาบวมขึ้น ในบางรายอาจทำให้ดูทรุดโทรมและมีสีดำคล้ำอีกด้วย
  • ทำงานหนัก มีอาการเหนื่อยล้ามาก : ถ้าคุณมีอาการถุงใต้ตาบวมมากกว่าคนปกติทั่วไป และพบว่าบวมมากยิ่งขึ้นในเวลาที่ทำงานหนักหรือมีอาการเหนื่อยล้า นั่นอาจเป็นเพราะร่างกายสารอาหารกลุ่มโปรตีนและกรดไขมันสำคัญ รวมถึงวิตามินบีและกรดโฟลิค
  • เกิดจากอาการก่อนมีประจำเดือนมา (สำหรับคุณผู้หญิง) : สาว ๆ ที่มีอาการใต้ตาบวมอยู่เป็นประจำ นั่นเป็นเพราะว่าผู้หญิงก่อนที่จะมีรอบเดือนจะมีอาการพีเอ็มเอส PMS (Premenstrual Syndrome) หรือการมีอาการต่าง ๆ ก่อนมีประจำเดือน คืออาการถุงใต้ตาบวมนั่นเอง

วิธีการรักษา

  • วิธีการรักษาถุงใต้ตาเทียม สามารถรักษาได้เองโดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการดูแลตัวเอง เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ เช็ดคราบเครื่องสำอางอย่างเบามือ งดการดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ดื่มน้ำมาก ๆ และไม่ใช้สายตามากเกินไป หากมีอาการ สามารถใช้การประคบเย็นช่วยลดอาการบวม หรือใช้ครีมสำหรับทาใต้ตาเพื่อช่วยลดอาการบวมหรือลดรอยคล้ำใต้ตา เป็นต้น ซึ่งอาการดังกล่าวก็จะค่อยๆดีขึ้นและหายได้เอง
  • วิธีการรักษาถุงใต้ตาแท้ การรักษาจะมีความยากมากกว่าถุงใต้ตาเทียม เพราะไม่สามารถรักษาได้จากการดูแลตัวเองให้ดี การรักษาถุงใต้ตาแท้มีหลายวิธี ได้แก่
  • การผ่าตัดถุงใต้ตาแท้ คือการผ่าเอาไขมันและผิวหนังส่วนเกินออก วิธีนี้จะสามารถช่วยทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลงและดูไม่เหนื่อยล้า โดยวิธีผ่าตัดมี 2 วิธี
  • ผ่าตัดผ่านทางเยื่อบุตา (transconjunctiva lower blepharoplasty) เหมาะกับผู้ที่มีไขมันเกินแต่ผิวใต้ตาไม่หย่อนคล้อย โดยแพทย์จะผ่าตัดผ่านทางเยื่อบุแผลด้านในตา ข้อดีคือ ไม่มีแผลผ่าตัดบริเวณภายนอก
  • ผ่าตัดผ่านผิวหนัง (subcutaneous blepharoplasty) เหมาะกับผู้ที่มีถุงไขมันใต้ตามากและมีผิวใต้ตาหย่อนคล้อยมาก แผลจะอยู่ภายนอกชิดกับขอบตาล่างแต่ไม่ว่าจะทำการผ่าตัดด้วยวิธีไหนการนำไขมันออกในปริมาณที่เหมาะสมร่วมกับการย้ายไขมันในตำแหน่งบริเวณใต้ตา เพื่อทำให้ขอบตาล่างดูเต็ม และไม่เป็นร่องลึกใต้ตา เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่ใช้รักษากันโดยมากในขณะนี้ เนื่องจากผิวรอบดวงตาเป็นจุดที่บอบบางมาก การผ่าตัดจึงต้องอาศัยแพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญสูง
  • การฉีดสารเติมเต็มไปที่บริเวณร่องใต้ตา (filler)
  • การกระชับผิวด้วยเลเซอร์ วิธีนี้เป็นเพียงวิธีที่ช่วยลดอาการบวมของถุงใต้ตาได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้ช่วยรักษาอย่างถาวร ถ้าหากในรายที่มีอาการมากต้องใช้วิธีการผ่าตัดถุงใต้ตา เพื่อนำไขมัน ของเหลว และผิวหนังส่วนเกินใต้ตาที่หย่อนคล้อยออก ผู้ที่มีปัญหาควรปรึกษากับจักษุแพทย์เฉพาะทาง  เพื่อรับวิธีการที่เหมาะสม ถูกต้องและปลอดภัย

ลดถุงใต้ตา ด้วย 7 วิธีธรรมชาติ ทำเองได้ที่บ้าน

  • นำมันฝรั่งดิบมาฝานเป็นแว่น แปะไว้ที่ตา 20 นาที เมื่อทำเป็นประจำจะช่วยให้ถุงใต้ตาของคุณดูเล็กลง เนื่องจากมันฝรั่งอุดมไปด้วยสตาร์ซ น้ำ และวิตามิน C, K และ B
  • นำถุงชาไปแช่เย็น หลังจากนั้นนำมาจุ่มลงในน้ำเย็นอีกครั้ง แล้วแปะไว้ที่ตา 25 นาที จะช่วยให้การไหลเวียนของเลือดที่บริเวณรอบดวงตาเป็นปกติ และช่วยลดอาการบวมได้ด้วย
  • นำไข่ขาวมาทาบริเวณใต้ดวงตา ทิ้งไว้ 20 นาที จะช่วยให้ผิวบริเวณรอบดวงตากระชับขึ้น และทำให้ถุงใต้ตาดูเล็กลงด้วย
  • นมจืดแช่เย็ดชุบลีแผ่น (แนะนำให้เลือกทรงกลม) แปะตาไว้ 20นาที ซึ่งวิธีนี้จะช่วยจัดการกับปัญหาการคั่งน้ำที่บริเวณดวงตา และช่วยให้ความเย็นด้วย
  • นำน้ำอุ่นมาผสมกับเกลือครึ่งช้อนโต๊ะ หลังจากนั้นนำสำลีไปชุบน้ำที่ผสมแล้ว แปะตาทิ้งไว้ 5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น จะช่วยลดการอักเสบ และช่วยฟื้นฟูระบบการไหลเวียนของเส้นเลือดฝอยรอบ ๆ ดวงตา ได้
  • นำแตงกวามาฝานเป็นแว่น แปะตาไว้ 25 นาที จะช่วยลดการอักเสบ เนื่องจากแตงกวามีฤทธิ์เย็น จึงสามารถช่วยลดถุงใต้ตาได้ด้วย
  • นำน้ำมันสกัดจากวิตามินE มาหยดลงในน้ำเย็น ผสมให้เข้ากัน นำสำลีไปชุบแล้วแปะตาทิ้งไว้ 20 นาที จะช่วยลดการบวม และยังช่วยลดริ้วรอยบริเวณรอบดวงตาได้เป็นอย่างดี

วิธีการรักษาโดยการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตนั่นเอง

  • พักการใช้สายตาบ้าง ไม่ควรใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ระหว่างพักสายตาอาจนำผ้าห่อน้ำแข็งสำหรับประคบ หรือนำแตงกวาหั่น หรือถุงชาแช่เย็นมาวางลงบนเปลือกตานาน 5-10 นาทีเพื่อลดอาการบวม
  • ปรับแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ใช้ และแสงไฟในห้องให้เหมาะสม
  • พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรนอนคว่ำเป็นเวลานานเพราะทำให้ของเหลวในร่างกายไหลเวียนไม่สะดวก ควรนอนให้หัวสูงเพื่อป้องกันอาการคั่งของน้ำ
  • ไม่ควรการขยี้ตาหรือร้องไห้บ่อย ๆ
  • ไม่ทานอาหารรสเค็มจัด เพราะทำให้อาการบวมเป็นมากขึ้น
  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และบุหรี่ เพราะส่งผลให้ร่างกายเกิดอาการเครียด ล้า และฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง
  • ใช้วิธีนวดเบา ๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของของเหลวโดยเริ่มนวดจากมุมของหัวตาไปจนถึงหางตา และกดจุดบริเวณหัวตา กึ่งกลางของขอบตาล่าง และหางตาเป็นเวลา 1-2 วินาที
  • ทานอาหารที่มีวิตามินเอ ซี และอี เพื่อช่วยลดอาการถุงใต้ตาบวม นอกจากนั้นยังช่วยบำรุงให้ผิวดีขึ้น
  • เพิ่มการออกกำลังกาย เพื่อช่วยให้เลือดและของเหลวไหลเวียนดี ควรออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อย 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ นอกจากจะลดอาการบวมของใต้ตาแล้วยังช่วยให้ร่างกายสุขภาพแข็งแรง สมองปลอดโปร่งและจิตใจแจ่มใสอีกด้วย

การเกิดถุงใต้ตาสามารถเกิดได้ทุกเพศทุกวัย ดังนั้นเราควรหันมาดูแลใส่ใจด้วยการรักษาจากภายใน โดยเลือกรับประทานอาหารและออกกำลังกาย ไม่ปล่อยให้ตัวเองเครียดจากการทำงานเกินไป และบำรุงด้วยวิธีธรรมชาติจากภายนอก เพียงเท่านี้สาว ๆ ก็จะมีดวงตาอันสดใสและยังได้ผิวที่เป่งปลั่งมีสุขภาพดีอีกด้วย