การดูแลรักษาและเตรียมตัวทำเลเซอร์กระ

การทำเลเซอร์ผิวหนังคืออะไร

การรักษาหรือปรับสภาพผิวโดยการใช้เลเซอร์เป็นการใช้พลังงานจากแสงที่มีความยาวคลื่นเฉพาะ ส่งไปยังเซลล์จุดที่ต้องการรักษาบนผิวหนังที่สามารถดูดซับพลังงานแสงได้ดี ทำให้เกิดการทำลายเซลล์นั้นอย่างเฉพาะเจาะจง โดยจะส่งผลต่อเซลล์บริเวณข้างเคียงน้อยมาก การใช้เลเซอร์ปรับสภาพผิวนี้ทำเพื่อช่วยในเรื่องความสวยงาม เช่น การลบริ้วรอย จุดด่างดำ หรือแก้ปัญหารูขุมขนกว้างเท่านั้น และนอกจากนั้นยังสามารถช่วยไปถึงการรักษาภาวะผิดปกติบนผิวหนังบางอย่างได้ด้วย เช่น เนื้องอกผิวหนังเล็ก ๆ น้อย  ๆ เช่น หูด กระเนื้อ เป็นต้น

เกิดอะไรขึ้นกับผิวหนังระหว่างการทำเลเซอร์

เมื่อแสงเลเซอร์ถูกยิงมากระทบที่ผิวหนัง เซลล์บริเวณนั้น ๆ จะรับพลังงานแสงไว้ และจะมีการเปลี่ยนแปลงพลังงานที่ได้รับให้เป็นความร้อน ส่งผลให้เกิดการทำลายเซลล์บริเวณนั้น ภายหลังการรักษาด้วยเลเซอร์ เซลล์ผิวหนังบริเวณที่ต้องการทำลายจะถูกทำลายไป ในกรณีที่ใช้เลเซอร์ที่ทำให้เกิดแผล จะมีการหลุดลอกของเซลล์ผิวหนังชั้นบนออกไปด้วย จากนั้นร่างกายมีกระบวนการซ่อมแซมผิวหนังบริเวณนั้น และมีการหายของแผลเกิดขึ้น ทำให้สภาพผิวกลับสู่สภาพปกติ

ก่อนตัดสินใจทำเลเซอร์

ควรศึกษาอย่างละเอียดเกี่ยวกับ

  • วิธีการรักษาและทางเลือกของการรักษารอยโรคหรือปัญหาผิวของท่านอย่างละเอียด
  • ความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ที่ให้การรักษา
  • มาตรฐานและความเหมาะสมของเครื่องเลเซอร์
  • มาตรฐาน ความปลอดภัย และสุขลักษณะของสถานที่ให้บริการ

สิ่งที่ควรทำขณะปรึกษาแพทย์

  • บอกปัญหาและชี้จุดที่ต้องการปรึกษาให้แพทย์ดูเพื่อให้เข้าใจตรงกัน
  • สอบถามข้อดีและข้อเสียของวิธีการรักษา
  • สอบถามราคาค่ารักษาโดยประมาณ

ควรหยุดยาบางชนิดก่อนทำเลเซอร์

ถ้าคุณรับประทานยาบางชนิดที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน (Aspirin) ธาตุเหล็ก วาร์ฟาริน (Warfarin) เฮพาริน (Heparin)  สมุนไพรบางชนิด ได้แก่ กิงโกะ (Ginkgo) กระเทียม โสม (Ginseng) เลือดจะหยุดยากกว่าคนปกติ ผู้ที่ได้รับยาไอโซเตรติโนอิน เพื่อการรักษาสิวควรหยุดการรับประทานยาอย่างน้อย 6 เดือนก่อนการรักษาด้วยเลเซอร์ปรับสภาพผิวชนิดมีแผล เพราะมีความเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็นนูน (Hypertrophic Scar) มากกว่าผู้รับรักษาปกติ ที่สำคัญควรแจ้งประวัติการเจ็บป่วยที่ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ

เลเซอร์รักษาเฉพาะเม็ดสี รักษาอะไรได้บ้าง

ส่วนใหญ่ใช้เลเซอร์ในการกำจัดจุดด่างดำ เช่น ฝ้า กระ กระแดด (Pigmented Lesion Removal ) : เครื่อง เลเซอร์ RevLite มีความโดดเด่นกว่าเลเซอร์เม็ดสีรุ่นก่อนๆ ในการรักษารอยและเม็ดสีผิดปกติ จึงสามารถแก้ปัญหาของรอยและความผิดปกติต่าง ๆ ดังนี้

☉ กระ  (freckles)

☉ ฝ้าทั้งแบบตื้นและแบบลึก (Epidermal and Dermal Melasma)

☉ กระแดด solar lentigo (sun spots)

☉ ตกกระ senile lentigo (age spots)

☉ วงปื้นสีน้ำตาล-กาแฟ café-au-lait birthmarks

☉ ปาน Nevus of Ota, nevus spilus

☉ รักษารอยดำในทุก ๆ ส่วนของร่างกาย เช่น รอยดำคล้ำรอบดวงตา หัวนมดำคล้ำ ปากดำ ซอกรักแร้-ซอกขาหนีบดำ เป็นต้น

วิธีการเลเซอร์กระ

จะเห็นได้ว่ากระทุกชนิดสามารถรักษาได้ด้วยแสงเลเซอร์ โดยแพทย์ผิวหนังจะเป็นผู้เลือกชนิดของเลเซอร์ให้เหมาะสมกับชนิดของกระที่เป็น ซึ่งเลเซอร์ที่ใช้รักษากระก็อย่าง เช่น Nd-YAG Laser, Picoway, คาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์ (CO2 laser) เป็นต้น โดยที่มีขั้นตอนในการยิงเลเซอร์ ดังนี้

  1. เพื่อเตรียมผิวหน้าให้พร้อมสำหรับการยิงเลเซอร์ด้วยการ ล้างหน้าให้สะอาด แล้วเช็ดหน้าให้แห้ง
  2. จากนั้นจะทายาชาบริเวณผิวหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 45 นาที เพื่อไม่ให้รู้สึกเจ็บขณะทำ
  3. จากนั้นแพทย์จะทำการยิงเลเซอร์ไปที่ตำแหน่งของกระ
  4. หลังการรักษากระด้วยเลเซอร์บริเวณที่รักษาจะเป็นแผลตกสะเก็ดขาวๆ ซึ่งสะเก็ดจะหลุดไปเองตามธรรมชาติใช้เวลาประมาณ 7 วัน ในช่วงที่สะเก็ดแผลลอกหลุดไม่ต้องไปแกะ เกา เพื่อเร่งสะเก็ดให้หลุดเร็วขึ้น ไม่อย่างนั้นอาจทำให้เกิดแผลเป็นตามมาได้ สำหรับการยิงเลเซอร์รักษากระลึก อาจมีสะเก็ดหรือไม่มีก็ได้ หลังจากนั้นสีจะค่อยๆจางลง แต่ในบางราย การยิง 2-3 ครั้งแรก รอยกระอาจมีสีเข้มขึ้นก่อนแล้วจะจางลงไปทีหลังได้ อีกทั้งควรระวังห้ามโดนแดดโดยเด็ดขาดในช่วง 1-2 เดือนหลังยิงเลเซอร์ เพื่อให้การรักษาได้ผลดีอย่างที่ต้องการ

ทำไมต้องดูแลผิวเป็นพิเศษหลังทำเลเซอร์

เนื่องจากการรักษาด้วยเลเซอร์ ผิวหนังจะมีสภาพบอบบางกว่าปกติ ระคายเคืองง่าย และไวต่อสิ่งแวดล้อม เพราะ ผิวจะมีการสูญเสียน้ำ ทำให้ไวต่อแสงแดดมากขึ้น บางครั้ง อาจมีแผลซึ่งจะทำให้เกิดรอยคล้ำจากแสงแดด หรืออาการระคายเคืองของผิวจากการรักษา ภายหลังการทำเลเซอร์จึงต้องมีการดูแลผิวหนังเป็นพิเศษ โดยควรให้ความชุ่มชื้นกับผิวมากขึ้น และปกป้องผิวจากแสงแดดมากเป็นพิเศษ เพราะการดูแลรักษาผิวหลังทำเลเซอร์อย่างไม่ถูกวิธี อาจมผลต่อการรักษา หรือทำให้มีผลข้างเคียงเกิดขึ้นตามมาได้

 ข้อควรปฏิบัติในการดูแลผิวหน้าหลังการทำเลเซอร์

หลังจากผ่านวิธีการรักษากระด้วยการใช้เลเซอร์แล้วนั้น อาจจะทำให้ผิวขาดน้ำและบางขึ้น ไวต่อสิ่งรอบตัวมากขึ้นในช่วงแรก การดูแลตัวเองหลังทำเลเซอร์นั้น จึงจำเป็นอย่างมากเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดนการรักษาและป้องกันให้รอยกระไม่เพิ่มขึ้นและไม่กลับมาขึ้นอีก เรามีวิธีปฎิบัติตัวหลังการทำเลเซอร์ง่าย ๆ มาให้ได้ปฎิบัติตามกัน

1.ห้ามออกแดด เน้นเลยว่าประมาณ 1-2 สัปดาห์แรก ไม่ควรโดนแดด ให้เก็บตัวให้หนัก ๆ ถ้าจำเป็นควรสวมแมสเวลาออกข้างนอก หรือเป็นไปได้ก็ตลอดเดือนกันไปเลย ในช่วงแรกผิวเราจะไวต่อแดดเป็นอย่างยิ่ง แล้วหลังจากนั้นก็ใช่ว่าจะเอาหน้าสู้แดดได้เลย ยังไงก็พยายามหลบบ้างก็ดีนะจ๊ะสำหรับแดดจ้าระหว่างวัน

2.ทาครีมกันแดดทุกวัน ในเมื่อห้ามโดนแดดแต่ก็ต้องใช้ครีมกันแดดกันด้วย แม้แต่อยู่บ้าน หรือในออฟฟิศหรือเวล่เล่นโทรศัพท์มือถือ ก็ใช่ว่าจะหลบแดดพ้น ดังนั้นควรทากันไว้ก่อนจะดีกว่าและควรเลือกค่า SPF และ มีคุณสมบัติป้องกัน UVA , UVB อีกด้วย

2.1 เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหลังการทำเลเซอร์ : ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับผิวหลังการทำเลเซอร์ควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับผิวแพ้ง่าย และไม่ก่อเกิดการระคายเคืองต่อผิว รวมถึงให้ความชุ่มชื้นในระดับที่เพียงพอดูดซึมง่ายและไม่เหนอะหนะมากจนเกินไป เมื่อบำรุงผิวให้ได้รับความชุ่มชื้นเป็นอย่างดีแล้ว ต้องปกป้องผิวจากรังสี UV ด้วยการใช้ครีมกันแดด ที่เหมาะสมกับผิวบอบบางหลังทำเลเซอร์ ในกรณีที่ไม่แน่ใจว่าควรใช้ผลิตภัณฑ์ใด ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

2.2 คำแนะนำในการการเลือกครีมกันแดดหลังจากทำเลเซอร์ : ในแสงแดดจะมีทั้งรังสี UVA ซึ่งทำให้ผิวคล้ำ และรังสี UVB ซึ่งทำให้ผิวไหม้ โดยรังสี UVB จะมีสูงในช่วงเวลา 10.00-14.00 น. ส่วนรังสี UVA จะมีปริมาณสูงตลอดทั้งวัน วิธีการสังเกตว่าครีมกันแดดสามารถปกป้องผิวจาก UVB ได้ดีหรือไม่ ให้ดูที่ค่า SPF โดยครีมกันแดดที่มีค่า SPF อย่างน้อย 30 ขึ้นไปจึงจะสามารถป้องกัน UVB ได้ดีและเหมาะสมกับผิวภายหลังการรักษาด้วยเลเซอร์ ส่วนการป้องกันรังสี UVA ของครีมกันแดดให้ดูที่ค่า PA โดยค่า PA ควรอยู่ที่ ++ จึงจะสามารถปกป้องแสงแดดได้ดี หรือควรดูครีมที่มีสัญลักษณ์  UVA  และแสดงการรับรองโดยสถาบัน COLIPA ยุโรป เพื่อเป็นการยืนยันว่า ครีมกันแดดดังกล่าวสามารถป้องกันรังสี UVA ได้ตามมาตรฐานในอัตราส่วน UVA:UVB = 1:3 นอกจากนั้น ครีมกันแดดที่ดียังควรกันน้ำได้ดีพอสมควร รวมถึงไม่ควรกระตุ้นให้เกิดสิว

สำหรับผู้ที่ได้รับการทำเลเซอร์ควรใช้ครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดผลข้างเคียง เช่น การเกิดรอยดำภายหลังการทำเลเซอร์ จะดียิ่งขึ้นหากเลือกใช้ครีมกันแดดที่สามารถป้องกันและลดอาการระคายเคืองผิวภายหลังการรักษาด้วยเลเซอร์

3.ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างอ่อนโยน แต่ให้สะอาดหมดจด เลือกคลีนซิ่งที่อ่อนโยน ไม่ผสมแอลกอฮอล์หรือกลิ่นจากน้ำหอม เพราะช่วงนี้ผิวจะบอบบางมาก โดยเฉพาะบริเวณที่ต้องฟื้นฟูผิวหลังการทำเลเซอร์ ดังนั้นควรเลือกคลีนซิ่งที่มีประสิทธิภาพและอ่อนโยนต่อผิว

4.ใช้น้ำเกลือช่วยทำความสะอาดให้ผิวฟื้นตัวเร็ว คุณสมบัติเด่นของน้ำเกลือคือมีความอ่อนโยน ไม่ระคายเคืองผิวเหมาะสำหรับผิวบอบบางหลังทำเลเซอร์การใช้น้ำเกลือเช็ดผิวหลังทำความสะอาด จะช่วยให้ผิวหนังบริเวณที่ทำเลเซอร์สะอาด ได้รับความชุ่มชื้น และฟื้นตัวเร็วขึ้นด้วย

5.ใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ เพื่อให้ผิวคงความชุ่มชื้น นอกจากครีมกันแดดแล้ว สกินแคร์ตัวสำคัญคือมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เติมความชุ่มชื้นล้ำลึกให้ผิว และควรใช้ทั้งเดย์ครีมและไนท์ครีม

6.รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพผิว นอกจากนี้ควรบำรุงจากภายฝนสู่ภายนอก การรับประทานอาหารให้ครบถ้วน เพื่อให้ร่างกายได้นำไปใช้ในการซ่อมแซม ปกป้องดูแลผิว นั้นก็สำคัญยิ่ง

7.ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน เมื่อผิวต้องการความชุ่มชื้นเป็นพิเศษ การดื่มน้ำให้ได้วันละ 1.5-2 ลิตร ตามน้ำหนักตัว เป็นสิ่งสำคัญซึ่งห้ามลืมกันถ้าอยากให้ผิวสวย และการทำเลเซอร์มีประสิทธิภาพ

อาจจะเป็นที่สงสัยว่าทำไมต้องดูแลตัวเองเยอะจัง อุตส่าห์เสียสตางค์ไปทำเลเซอร์มาแล้ว เป็นเพราะว่าคุณได้ทำลายส่วนที่ไม่ต้องการไปแล้ว ที่เหลือคือกระบวนการสร้างผิวใหม่ให้กระจ่างใส ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเจ้าของผิวที่ต้องดูแลให้ดีที่สุด