ครีมรักษาสิว ยี่ห้อไหน ตัวไหนดี ใช้รักษาสิวอะไรบ้าง

สาว ๆ หลายคนต้องเจอกับปัญหาหน้ามัน หน้าเป็นสิว ทำให้ครีมรักษาสิวเป็นไอเทมสำคัญที่คนเป็นสิวมักมองหาอยู่เสมอ แต่ใครจะรู้ล่ะว่าตัวไหนใช้ดีหรือใช้ไม่ดี ปัญหาสิวนั้นก็เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชายก็ไม่อยากที่จะเป็น แต่บางครั้งก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหานี้ได้ ฉะนั้นเราต้องมีตัวช่วยกู้หน้าเพื่อให้หน้าเรากลับมาสวยใสไร้สิว นั่นคือ ครีมลดสิว หรือครีมรักษารอยสิวนั่นเอง ที่เป็นอีกตัวช่วยในการบรรเทาอาการสิวอักเสบได้

สาเหตุของการเกิดสิว

เครื่องสำอางและอุปกรณ์แต่งหน้า

  • การใช้เครื่องสำอางบางชนิดที่มีส่วนผสมของน้ำมัน หรือการใช้ครีมรองพื้นในการแต่งหน้า ถ้าล้างออกไม่สะอาดหมดจดจะเหลือคราบทิ้งไว้บนใบหน้า และอาจก่อให้เกิดการอุดตันตามรูขุมขนทำให้เกิดสิวขึ้นได้
  • รวมไปถึงอุปกรณ์แต่งหน้าต่าง ๆ ก็ควรล้างทำความสะอาดเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็น แปรงแต่งหน้า บิวตี้เบลนเดอร์ หรือพัฟ มิเช่นนั้นอาจเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้เช่นเดียวกัน

ใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์

  • การใช้ครีมที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ เพื่อรักษาสิวหรือลดรอยดำนั้น หากใช้ในปริมาณมากเกินไปก็จะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการเกิดสิวหรือผื่นแพ้ค่ะ โดยสิวจะลดลงอย่างรวดเร็วในการใช้ในช่วงแรก แต่หากใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานแล้วหยุดใช้ สิวหรือผื่นแดงคันจะขึ้นมาบนผิวทันที
  • ลักษณะทั่วไปของสิวที่เกิดจากสเตียรอยด์คือมีลักษณะเหมือนสิวอุดตันและเริ่มอักเสบ ผิวรอบ ๆ หัวสิวจะแดง มักขึ้นอยู่บริเวณเดียวกันเป็นจำนวนมาก และมีลักษณะเหมือนกันทุกเม็ด

เครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ

ปัญหาสิวเกิดได้อันเนื่องมาจากความเครียด ความเครียดนั้นก็เป็นหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวได้มากขึ้นเนื่องจากเมื่อเราเครียด ระดับซีบัม (Sebum) ในร่างกายจะสูงขึ้น ทำให้เกิดการผลิตน้ำมันที่ผิวหน้าและเส้นผมมากขึ้น เมื่อหน้ามันมากขึ้นโอกาสที่รูขุมขนจะอุดตันซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดสิวก็มากขึ้นตามไปด้วย

ครีมรักษาสิวต่าง ๆ

ครีมรักษาสิวมีมากมายหลายชนิด เราได้รวบรวม 10 ครีมรักษาสิวสุดเทพมาให้ทุกคนที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์รักษาสิวอยู่ ไปดูกันได้เลย

1.Benzac

  • เป็นอีกยี่ห้อหนึ่งที่ชื่อเสียงมานานมากแล้วเกี่ยวกับการช่วยรักษาสิวคืนความใสของใบหน้า สำหรับยี่ห้อ Benzac จะมีความเข้มข้นของ Benzoyl Peroxide  2.5% และ 5% ซึ่งตัว Benzoyl Peroxide นี้มีหน้าที่ไปฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ทำให้หัวสิวหลุดออกมาจากจากผิวหนังของเราได้ อีกทั้งยังมี Glyserin ที่จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ทำให้ผิวของเราไม่แห้ง จึงลดการเกิดการระคายเคืองของผิวได้ดี วิธีการทาควรเริ่มจากความเข้นข้น 2.5% ก่อน เมื่อทดสอบแล้วไม่มีอาการแพ้ก็ข้ามไปที่ความเข้มข้น 5%
  • วิธีการใช้ ง่าย ๆ โดยการทาทิ้งไว้แค่ 10-15 นาที แล้วล้างออก ใครมองหาครีมรักษาสิว ครีมลดสิว ที่ไม่ทำให้ผิวแห้ง ตัวนี้ตอบโจทย์มาก ๆ
  • ราคาประมาณ 120 – 150 บาท

2.Retin A

  • เป็นอีกครีมลดสิวชื่อดังที่ส่วนใหญ่แล้วมักจะใช้ควบคู่ไปกับผลิตภัณฑ์รักษาสิวตัวอื่น ๆ นั่นคือ Retin A มีสาระสำคัญต่าง ๆ ที่ประกอบไปด้วย Tretinoin หรือ Retinoic Acid ตัวนี้จะมีความเข้มข้นอยู่ที่ 0.025% และ 0.5% ซึ่ง Retin A มีสรรพคุณในการผลัดเซลล์ผิวและรักษาสิวอุดตันและสิวอีกเสบ การเริ่มใช้ครีมรักษาสิว Retin A ควรเริ่มจากใช้ความเข้มข้นน้อยก่อน
  • วิธีการใช้ ทาวันละครั้งก่อนนอน ในช่วงแรกเป็นช่วงปรับผิวบางคนใช้แล้วอาจจะมีสิวผุดขึ้นมา หากใช้เป็นประจำอาจทำให้ผิวไวต่อแสง จึงควรทาครีมกันแดดที่มี SPF เพียงพอด้วยทุกครั้ง
  • ราคาประมาณ 100-200 บาท

3.Skinoren

  • ตัวนี้จะมีสรรพคุณ เป็นทั้งครีมรักษาสิวอุดตัน สิวอักเสบ และครีมรักษารอยสิว รวมกันในหลอดเดียว จึงเป็นตัวที่ตอบโจทย์มาก ๆ  ช่วยให้เราประหยัดเวลาในการทาครีมไปได้มาก ทาตัวเดียวแล้วจบเลย ต่อด้วยครีมบำรุงได้เลย ตัวนี้เป็นครีมรักษาสิวชนิดอ่อนกว่าครีมตัวอื่น ซึ่งเหมาะกับคนที่มีผิวแพ้ง่าย แต่ใครที่เป็นสิวอีกเสบเยอะ ๆ สิวเห่อเต็มหน้า Skinoren นี้อาจจะไม่เหมาะ เพื่อผลการใช้ที่ดีควรใช้ควบคู่ไปกับครีมลดสิวตัวอื่นที่มีความเข้มข้นกว่านี้ และใช้ Skinoren เป็นครีมรักษารอยสิว อย่างไรก็ตามครีมตัวนี้จะอ่อนโยน แต่อาจจะเกิดอาการแพ้ได้สำหรับบางคน เนื่องจากผิวหน้าแต่ละคนไม่เหมือนกัน ควรมีการทดลองให้แน่ใจก่อนว่าจะไม่แพ้
  • ราคาประมาณ 500 บาท

4.Sulfur Ointment

  • สาว ๆ หลายคนอาจจะยังไม่เคยได้ชื่อเจ้าครีม Sulfur ตัวนี้ แต่บอกเลยว่าคุณสมบัตินี่ดีมาก ๆ เกินชื่อเสียง ครีมตัวนี้เป็นตัวช่วยยับยั้งทั้งเชื้อราและแบคทีเรียบนใบหน้า ทำให้การอักเสบของสิวบรรเทาลงได้ นอกจากนั้นยังช่วยผลัดเซลล์ผิวอีกด้วย
  • วิธีการใช้ ควรทาบาง ๆ หลังล้างหน้าทั้งเช้าและเย็น สามารถใช้ร่วมกับครีมรักษาสิวตัวอื่น ๆ ได้ เช่น Retin-A หรือ Benzac
  • ราคาประมาณ 200 บาท

5.Clinda M

  • เป็นยาแต้มสิวแบบน้ำตบ ที่ใช้แต้มสิวก่อนนอน ตื่นนอนมาสิวยุบอย่างไม่น่าเชื่อ ต้องยอมสรรพคุณของ Clinda M เค้าล่ะ เนื้อสัมผัสจะมีลักษณะเป็นโลชั่นใส ๆ สำหรับแต้มหัวสิวอักเสบที่ สามารถฆ่าเชื้อสิว และช่วยให้สิวแห้งเร็วข้นอีกด้วย แต่ยาตัวนี้มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ผู้ใช้จะได้กลิ่นแอลกอฮอล์นิดหน่อย ราคาก็น่าคบหา หาซื้อได้ง่ายอีกด้วย เนื่องจากผลิตในประเทศไทยจึงราคาถูกและเป็นยาปฏิชีวนะสำหรับรักษาสิว
  • ราคาประมาณ  60-70 บาท

6.Tomei

  • ครีมทาสิว Tomei นี้จะมีอยู่ 2 ตัวที่สามารถใช้ควบคู่กันได้คือ Tomei Anti-Acne Cream และ Tomei Clindai Gel 2ตัวนี้นั้นมีความแตกต่างกันทั้งในด้านรูปลักษณ์และสรรพคุณ แต่สามารถใช้ควบคู่กันได้ ตัว Anti-Acne Cream จะเป็นเนื้อสีขาวขุ่น บางเบา สรรพคุณช่วยลดการอักเสบของสิวและลดรอยคล้ำจากสิวได้เป็นอย่างดี และตัว Clindai Gel จะเป็นเจลใส เหมาะกับสิวหนอง สิวอักเสบ สิวบวมแดง ช่วยบรรเทาอาการอักเสบ จะช่วยให้สิวยุบไวยิ่งขึ้น หาซื้อง่ายและราคาไม่แพงอีกด้วย
  • ราคาประมาณ 200 บาท

7.Smooth E Acne HydroGel

  • ยี่ห้อนี้คงไม่มีใครไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะอยู่คู่กับคนไทยมานาน และสรรพคุณเลื่องลือ Smooth E ที่ไม่ได้มีดีแค่โฟมล้างหน้า ครีมทาผิว แต่ครีมแต้มสิวเค้าก็ดีไม่แพ้กัน แถมยังผ่านการทดสอบทางการแพทย์อีกแล้วด้วย สำหรับครีมแต้มสิวสูตร Acne HydroGel นี้ทางแบรนด์เค้าเคลมมาว่าสามารถรักษาสิวได้อย่างทันใจ ช่วยให้สิวแห้งไวมาก ๆ อีกด้วย จะแตกต่างกับสูตร Plus ที่จะเน้นกับสิวที่ไม่มีมีหัว กำลังจะขึ้น
  • ราคาประมาณ 250 บาท

8.Pair Acne Cream

  • ครีมทาผิวตัวนี้มาจากแดดนอาทิตย์อุทัย ซึ่งเป็นของฝากจากญี่ปุ่นที่หลาย ๆ คนเมื่อไปเที่ยวก็ซื้อกลับมาไม่น้อย นั่นคือยาแต้มสิวของ Pair ตัวนี้ช่วยในการทำให้สิวยุบเร็ว และไม่ทำให้เกิดรอยแผลเป็น ทิ้งร่องรอยอยู่บนใบหน้าของเราให้กวนใจ เนื้อครีมจะเป็นสีขาวเนื้อสัมผัสบางเบา ทางลงบนผิวแล้วไม่ทำให้ผิวแห้งซึ่งดีมาก ๆ
  • ราคาประมาณ 300 บาท

9.Med Maker Vitamin E Cream

  • ตัวนี้เป็นครีมรักษารอยสิว รอยดำจากสิว ที่จะช่วยผลัดเซลล์ผิว ใช้แล้วผิวไม่แห้งเพราะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวอีกด้วย แต่เนื้อครีมค่อนข้างหนัก ต้องใช้เวลาเกลี่ยกันพอสมควร ให้เริ่มจากการทาบาง ๆ ก่อน ใครหน้าลอกจากอากาศหนาวก็สามารถใช้ตัวนี้คู่กับมอยเจอร์ไรเซอร์ได้ หรือคุณแม่ที่เพิ่งคลอดแล้วอยากหาครีมลดรอยแตกลายก็สามารถใช้ครีมตัวนี้ได้เช่นเดียวกัน
  • ราคาประมาณ 100-200 บาท

10.Puricas Dragon’s Blood Scar Gel

  • ครีมอีกตัวที่ช่วยลดรอยแผลเป็นได้ดี ใครที่มีรอยแผลจากสิว ลองใช้ Puricas Dragon’s Blood  จะช่วยลดรอยสิวให้จางลงได้เป็นอย่างดี รวมถึง รอยแผลผ่าตัด แผลเป็น แผลถลอก แผลต่าง ๆ ก็ใช้ได้ทั้งนั้น ลักษณะครีมจะเป็นเนื้อเจลสีน้ำตาลใส ๆ มีตัวนี้ไม่ว่าจะรอยแบบไหนก็สามารถเคลียให้ใสได้
  • ราคาประมาณ 250 บาท