ครีมหน้าใส เลือกซื้ออย่างไรให้เหมาะกับผิวหน้า

สาว ๆ หลายคนคงอยากจะมีผิวหน้าที่ใสไร้สิว เปล่งปลั่ง จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ครีมหน้าใสจะเป็นครีมสำคัญสำหรับการบำรุงผิวพรรณของสาว ๆ เพราะตัวครีมจะเข้าไปบำรุงผิวของเราให้มีสุขภาพดี และถือเป็นตัวช่วยในการลดปัญหาการเกิดริ้วรอยบนใบหน้า ช่วยบำรุงผิวหน้าให้นุ่มชุ่มชื่น ช่วยลดรอยหมองคล้ำ ปรับผิวให้กระจ่างเนียนใสดูเป็นธรรมชาติ ดังนั้นการเลือกครีมหน้าใสให้เหมาะกับสภาพผิวจึงเป็นสิ่งที่สาว ๆ ควรมีความรู้


ปัจจุบันครีมหน้าใสมีให้เลือกหลากหลายชนิดตามท้องตลาด ดังนั้นก่อนจะเลือกใช้ ควรพิจารณาโดยดูจากส่วนผสม และกลไกการออกฤทธิ์ต่าง ๆ รวมถึงเลือกให้ถูกกับสภาพผิวหน้าของคุณ

วิธีการเลือกครีม

1.ให้ตรงกับสภาพผิว

เช่นถ้าคุณเป็นคนที่มีผิวธรรมดา ควรเลือกครีมทาหน้าสำหรับผิวธรรมดา หรือถ้าคุณมีลักษณะผิวที่มัน ก็ควรเลือกครีมทาหน้าสำหรับคนผิวมัน เช่น เจล หรือ oil free เป็นต้น

2.ก่อนนำครีมหน้าใสมาทาหน้าทุกครั้ง ควรทำการทดสอบครีมก่อน

ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เนื่องจากเป็นการทดสอบอาการแพ้ ในครีมบางตัวเขารีวิวมาดีมาก เมื่อนำมาใช้กับผิวหน้าเราก็อาจเกิดการแพ้ได้ ยิ่งโดยเฉพาะสำหรับผู้ทีมีผิวบอบบางและแพ้ง่าย ควรทดสอบก่อนเริ่มใช้ครีมยี่ห้อใหม่ทุกครั้ง โดยวิธีในการทดลองก็คือ ให้นำครีมมาทาที่บริเวณผิวบริเวณที่อ่อน เช่น บริเวณท้องแขน แล้วทิ้งไว้ประมาณ 8 ชั่วโมง หรือใครจะทิ้งไว้ข้ามคืนก็ได้เช่นกัน จากนั้นให้สังเกตอาการแพ้ ถ้าผิวไม่มีอาการใด ๆ ไม่แสบ ไม่คัน หรือไม่มีผื่นแดง ครีมบำรุงตัวนั้นเป็นอันว่าผ่าน คุณสามารถทาครีมหน้าใสบนใบหน้าได้เลย

3.เลือกครีมที่น่าเชื่อถือ และมีการรับรองขององค์การอาหารและยา (อย.)

ขั้นตอนนี้สำคัญมากถึงมากที่สุด เพราะไม่ควรใช้ครีมที่ไม่มี อย. รับรองโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะมีใครรีวิวดีสักแค่ไหน และน่าเชื่อถือสักเพียงใด โปรดอย่าฟังคำโฆษณาชวนเชื่อ หรือเห็นแก่ครีมทาหน้าใสที่มีราคาถูก เพราะประสิทธิภาพในการบำรุงผิวมักจะไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงอาจจะมีส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อผิวหรือต่อชีวิต ดังนั้นเพื่อการบำรุงผิวให้ใสและมีประสิทธิภาพ ควรเลือกใช้ครีมบำรุงผิวที่เหมาะกับสภาพผิวโดยเฉพาะ โดยเราก็มีวิธีง่าย ๆ เกี่ยวกับการเลือกใช้ครีมให้เหมาะสมกับสภาพผิวมาแนะนำกัน ดังนี้

5 วิธีตรวจเช็กให้รู้ว่าครีมไหนเหมาะกับผิวเรา                    

1.ต้องรู้ก่อนว่าเรามีผิวแบบไหน

ก่อนอื่นเลยต้องรู้ก่อนว่าเรามีผิวแบบไหน จึงจะหาครีมที่เหมาะกับผิวเราได้ เพราะครีมแต่ละชนิดก็ผลิตออกมาสำหรับผิวที่แตกต่างกันอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าครีมจะใช้ได้ดีกับทุกสภาพผิว นี่คือเทคนิคง่าย ๆ ในการเลือกครีมให้เหมาะกับแต่ละสภาพผิว

  • ผิวมัน – เนื่องจากใบหน้ามีการผลิตน้ำมันเป็นปริมาณที่มาก เนื้อครีมที่เหมาะสมจะต้องเป็นแบบบางเบา ปราศจากส่วนผสมของน้ำมัน โดยดูจากฉลาก อาจเลือกครีมที่เขียนว่า oil free หรืออาจจะเลือกใช้ครีมแบบที่เป็นน้ำ เนื้อเจล หรือโลชั่นเนื้อบางเบาก็ได้
  • ผิวแห้ง – สภาพผิวจะผลิตน้ำมันออกมาน้อย ดังนั้นควรเลือกครีมที่มีลักษณะเนื้อหนา เนื้อครีม มีส่วนผสมที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เช่น มอยเจอร์ไรเซอร์ ฯลฯ
  • ผิวผสม – ถ้าคุณมีผิวชนิดนี้ คุณอาจจะต้องใช้ผลิตภัณฑ์ทั้งแนวที่เหมาะกับคนผิวมันและผิวแห้ง โดยแบ่งทากันตามบริเวณที่มีสภาพผิวนั้น ๆ เช่น ผิวบริเวณไหนที่แห้งมาก ก็ควรใช้ครีมที่มีเนื้อหนา และใช้ครีมที่เนื้อบางหรือเจล ทาบริเวณช่วง T-ZONE หรือบริเวณผิวที่มีความมัน

2.อ่านรายละเอียดของครีมก่อนเสมอ

ก่อนจะซื้อครีมทาผิวหน้าสักยี่ห้อ การศึกษาหาข้อมูลเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ปัจจุบันการหารายละเอียดครีมก็ง่ายนิดเดียว เพียงแค่เซิร์ชบนอินเตอร์เนต คุณก็จะเจอทั้งสรรพคุณและรีวิวต่าง ๆ โดยอาจจะเริ่มศึกษาจากรีวิวจากคนที่เคยใช้จริง แต่ก็ไม่ควรมั่นใจเลยซะทีเดียวว่าพอเราใช้แล้วจะดี เพราะผิวคนเราไม่เหมือนกัน เขาใช้แล้วดี แต่เราอาจจะใช้แล้วแพ้ก็ได้ ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ โดยการอ่านส่วนผสมที่อยู่ข้างขวด หรือกระปุกครีม ว่ามีสารอะไรเป็นส่วนผสม แล้วก็อาจจะเสิร์ชหาข้อมูลเพิ่มถึงส่วนผสมนั้น ๆ ว่ามันช่วยดูแลผิวในเรื่องอะไร ซึ่งสมัยนี้ครีมทาผิวส่วนใหญ่จะมีการบอกสรรพคุณของส่วนผสมไว้บนฉลาก ซึ่งตรงนี้ถือว่ามีประโยชน์มาก ๆ ควรอ่านให้เข้าใจก่อนซื้อ ก็จะช่วยให้ได้ครีมที่เหมาะกับผิวเรา และควรจะมีความปลอดภัยของสินค้า คือมีการประทับตา อย. ให้การรองรับและรับประกันว่าครีมจะไม่มีสารอันตรายผสมอยู่

3.เลี่ยงส่วนผสมระคายเคือง

บางคนเวลาอ่านส่วนผสมแล้วอาจจะยังไม่เข้าใจ เนื่องจากแต่ละชื่อตัวยานั้นยากไปหมด ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย เราอาจไม่จำเป็นต้องรู้ทุกส่วนผสม แต่ควรรู้ว่าส่วนผสมหลักๆ ว่าอะไรที่เราควรหลีกเลี่ยง ซึ่งก็คือส่วนผสมอันตรายที่อาจทำให้ผิวเกิดความระคายเคือง เช่น สารกลุ่มซัลเฟต Paraben แอลกอฮอล์ น้ำหอม สีสังเคราะห์ และส่วนผสมระคายเคืองอื่น ๆ

4.ดูจากปัญหาผิวของเรา

และที่สาว ๆ เลือกครีมหน้าใสมาทาบนใบหน้า ก็เพราะว่าอยากมีผิวพรรณที่ดีขึ้น หรืออยากแก้ไขจุดบกพร่องต่าง ๆ ที่มีบนผิว ดังนั้นเวลาเลือก ควรเลือกครีมที่มีคุณสมบัติแก้ปัญหาผิวของเราได้ตรงจุด เช่น แก้ปัญหาเรื่องริ้วรอยใต้ตา ร่องลึกข้างแก้ม ก็ควรหาครีมที่ช่วยกระตุ้นสร้างคอลลาเจนให้ผิว หรือที่มีส่วนผสมช่วยเพิ่มอีลาสตินให้กับผิว

5.ลองใช้สินค้าทดลองก่อนซื้อ

ครีมที่โฆษณาตามท้องตลาดทั่วไป มักเคลมว่าของเขาดีจริง แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าดีจริงหรือไม่ เหมาะกับผิวเราไหม เรามีวิธีง่าย ๆ ที่อยากแนะนำให้ทำ คือให้ซื้อใช้ครีมในขนาดทดลองก่อน อาจจะเป็นหลอดเล็ก ๆ หรือซองเล็ก ๆ ไปใช้ก่อนที่จะซื้อ หรือถ้าแบรนด์ไหนไม่มีตัวทดลองให้ใช้ ก็จัดไซส์เล็กมาทดลองใช้ก่อน ถ้าได้ผลดีกับผิวหน้าก็ค่อยไปซื้อขนาดปกติหรือใหญ่มาใช้ได้ เพื่อจะได้ความคุ้มค่า แต่ถ้าไม่เหมาะกับผิว เราก็จะได้ไม่เปลืองสตางค์มาก และถึงแม้จะเป็นตัวทดลองก็ควรเทสต์ครีมก่อนใช้ โดยทาตรงบริเวณท้องแขน แนวกราม หรือตรงกกหู ทิ้งไว้ 8 ชั่วโมง ถ้าไม่มีอาการแพ้ก็สามารถซื้อใช้ได้เลย

การเลือกครีมให้เหมาะกับผิว

สาวผิวมัน

  • การเลือกครีมบำรุงผิวหน้าที่ดีที่สุดของสาวผิวมัน
  • ครีมทาผิวที่ระบุข้างกล่องว่า oil free หรือครีมที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน และครีมที่มีเนื้อบางเบา ไม่เหนียวเหนอะ ถ้าเป็นมอยเจอร์ไรเซอร์ให้เลือกสูตรน้ำ เพราะจะซึมเข้าสู่ผิวได้ดี และยังช่วยควบคุมความมัน

สาวผิวแห้ง         

  • ครีมบำรุงผิวหน้าที่ดีที่สุดของสาวผิวแห้ง
  • เลือกครีมผิวใสและสำหรับผิวแห้ง เลือกใช้ครีมที่มีความเข้มข้นสูง หรือทาเจลว่านหางจระเข้ จะช่วยลดการสูญเสียน้ำ และเพิ่มความชุ่มชื่นนุ่มนวลให้ผิว และยังลดความหมองคล้ำได้อีกด้วย

 สาวผิวแพ้ง่าย

  • ครีมบำรุงผิวหน้าที่ดีที่สุดของสาวผิวแพ้ง่าย
  • คนที่มีผิวชนิดนี้ควรเลือกครีมอย่างระมัดระวัง ควรเลือกครีมที่เติมความชุ่มชื้นกับผิว ปราศจากส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือน้ำหอม และต้องระบุข้างกล่องว่าผ่านการทดสอบจากแพทย์ผู้เชียวชาญด้านผิวพรรณ เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย

 สาวผิวผสม

  • ครีมบำรุงผิวหน้าที่ดีที่สุดของสาวผิวผสม
  • การเลือกครีมหน้าใสที่เหมาะกับสภาพผิวที่ไม่เข้มข้นเกินไป หรือเบาเกินไป แต่เลือกที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว

นี่ก็คือวิธีการเลือกครีมหน้าใสให้เหมาะกับสภาพผิวของเรา ใครที่กำลังมองหาครีมตัวใหม่เพื่อบำรุงผิว แต่ก็ไม่แน่ใจว่าซื้อมาจะดีหรือไม่ ลองใช้เคล็ดลับเหล่านี้ดู ตัวช่วยให้คุณเลือกครีมได้ตรงตามสภาพผิวที่แท้จริงของเรา และช่วยลดความเสี่ยงสำหรับสาวผิวช่างแพ้และบอบบาง