ดูแลผิวหน้า ให้หน้าใสไร้สิว

เชื่อว่าทุกคนต้องอยากมีผิวหน้าขาวใส สุขภาพดี แต่อาจจะต้องเจอปัญหาผิวหน้าที่ทั้งแห้ง ทั้งรอยสิวบางครั้งก็มีเยอะแยะไม่รู้จะเริ่มดูแลแก้ไขตรงไหนก่อนดี เราจึงมีวิธีการง่าย ๆ เกี่ยวกับการดูแลผิวหน้าอย่างมีประสิทธิภาพมาให้คุณได้ลองนำไปทำตามกันดู โดยมีทั้งการวิเคราะห์ปัญหาผิวหน้าและสภาพผิวหน้าต่าง ๆ และขั้นตอนและวิธีการบำรุงผิวหน้าที่เหมาะกับแต่ละสภาพผิว หากคุณกำลังมองหาวิธีดูแลผิวหน้าเพื่อผิวขาวกระจ่างใสและแก้ไขปัญหากวนใจต่าง ๆ  ลองทำตามวิธีของเรา แล้วคุณจะมี ผิวที่สุขภาพดีอย่างแน่นอน

ลักษณะผิวสุขภาพดี

ผิวหน้าชุ่มชื้น = จะมีลักษณะไม่แห้งกร้าน เมื่อถูกสัมผัสแล้วรู้สึกคันไม่ระคายเคือง และไม่ลอกเป็นขุย

ผิวเรียบเนียน = ผิวนุ่มละเอียด ไม่มีสิวหรือผดผื่น รูขุมขนมีความกระชับ ผิวเนียนนุ่มและยืดหยุ่น

สีผิวสม่ำเสมอ = ไม่มีรอยแดง รอยดำ หรือรอยหมองคล้ำใต้ดวงตา

การดูแลผิวหน้า ให้ขาวกระจ่างใส สุขภาพดี

1.ทำความสะอาด

ในการใช้ชีวิตประจำวัน ผิวหน้าของเราต้องเผชิญมลพิษต่าง ๆ ทั้งฝุ่นควัน แสงแดด เครื่องสำอาง มากมายในทุกวันอย่างเลี่ยงได้ยาก ดังนั้นการทำความสะอาดผิวหน้า จึงเป็นขั้นตอนสำคัญของการดูผิวหน้าในแต่ละวันโดยเลี่ยงไม่ได้ โดยขั้นตอนและการเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับการทำความสะอาดผิวหน้านั้นจะแตกต่างกันไปตามสภาพผิวและสถานการณ์ เช่น หากเราแต่งหน้า ในขั้นตอนการล้างหน้าจะต้องใช้เมคอัพ รีมูฟเวอร์ ในการเช็ดล้างเครื่องสำอางออกให้หมด หากเราหน้าแห้งแพ้ง่าย ก็ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหน้าแห้งตึงเกินไปและเกิดอาการแพ้ อย่างไรก็ตามควรเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีค่า PH เป็นกลาง ถ้าPHสูงจะมีความเป็นด่างสูง โดยความเป็นด่างจะไปชะล้างเอาไขมันตามธรรมชาติของผิวหน้าออกไป ทำให้ผิวหน้าเเห้ง หยาบกระด้าง ระคายเคือง และอักเสบได้ง่าย ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่มีค่า pH Balance หรือมีความเป็นกรด-ด่างใกล้เคียงกับสภาพผิวของเรา

วิธีล้างหน้าที่ดีนั้นเราควรจะล้างด้วยน้ำสะอาดอย่างเบามือ ค่อย ๆ ล้าง และควรใช้นิ้วนวดเบาๆในลักษณะดันขึ้นไปทางคิ้วเป็นการยกกระชับผิวหน้าไปในตัว ควรใช้ผ้าขนหนูสะอาดซับหน้าให้แห้งหลังการล้างหน้า และใช้โทนเนอร์แบบไม่ผสมแอลกอฮอร์ เพื่อปรับสภาพผิวและเตรียมผิวให้พร้อมก่อนการบำรุงผิวหน้าด้วยผลิตภัณฑ์อื่นต่อไป

2.บำรุงหน้า

การบำรุงหน้าเป็นการป้อนสารอาหารที่มีจำเป็นต่อสภาพและสถานการณ์ผิวหน้าของเราในช่วงเวลานั้น ๆ โดยส่วนใหญ่ผิวหน้าของเรานั้นจะต้องการ การบำรุงหลายอย่างพร้อม ๆ กัน เช่นผิวหน้าเรา อาจจะแห้ง มีสิว และรูขุมขนกว้าง ทำให้เราต้องใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงหน้าหลายอย่าง ด้วยลักษณะและความหนักเบาของเนื้อผลิตภัณฑ์ทำให้เกิดการกีดกันการทำงานและทำลายคุณภาพกันเอง ดังนั้นเราควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากเนื้อเบาซึมง่ายลงก่อน แล้วจึงทาตัวอื่น ๆ ที่มีเนื้อหนักตามลำดับ เรียงลำดับได้ ดังนี้ 1. เซรั่มบำรุงผิวหน้า 2. อายครีม 3.ครีมมอยเจอร์ไรเซอร์ 4.สลิปปิ้งมาร์ค(กลางคืน) หรือกันเเดด(กลางวัน) 5. ลิปบาล์ม

3.ป้องกันผิวหน้า

สาเหตุที่ทำให้ผิวเสียการเกิดเป็นฝ้า กระ ริ้วรอยต่าง ๆ ถูกกระตุ้นด้วยปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น  แสงแดด อากาศแห้ง มลภาวะในอากาศต่าง ๆ การทาครีมกันแดดสามารถป้องกันสิ่งเหล่านี้ได้โดยเลือกครีมกันแดดที่มีความสามารถในการป้องกันทั้ง UVA และ UVB และเลือกให้เหมาะสมกับระยะเวลาที่เราต้องเผชิญกับเเสงแดดและกิจกรรมที่เราทำ ซึ่งเรามีข้อแนะนำง่าย ดังนี้ หากในแต่ละวันเราไม่ได้ทำกิจกรรมกลางเเจ้งที่ต้องโดนเเสงเเดดมาก สามารถเลือกให้ครีมกันแดดที่มี SPF15 PA++ แต่หากวันไหนเราต้องทำกิจกรรมกลางเเจ้งเป็นเวลานานกว่าปกติ ให้เลือกครีมกันเเดดที่มีค่า SPF30 และ PA+++ ขึ้นไป

4.รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

การรับประทานอาหารที่เหมาะสมก็เหมือนกับการทาครีมที่มีประสิทธิภาพให้กับผิวหน้าของเรา ซ่งการรับประทานอาหารนั้นบำรุงผิวหน้าของเราจากภายใน ในขณะที่การทาครีมนั้นบำรุงผิวหน้าจากภายนอก ดังนั้นเราก็ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อการบำรุงผิวพรรณหากเราต้องการมีผิวหน้าที่ขาวใส ไร้สิว ไร้ริ้วรอย

4.1สารอาหารสำคัญบำรุงผิว

4.1.1 วิตามินซี (Vitamin C) ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินที่เป็นส่วนสำคัญในการทำให้ผิวมีความเนียนนุ่มและยืดหยุ่น อีกทั้งวิตามินซียังช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด และเพิ่มภูมิต้านทางให้แก่ผิว โดยสามารถทานผักและผลไม้ต่าง ๆ เพื่อเติมวิตามินซี เช่น บรอกโคลี ผักคะน้า ผักปวยเล้ง ดอกกะหล่ำ ต้นหอม ผักกาดขาว ใบมะรุม พริกหวาน ส้ม ฝรั่ง กีวี สตอเบอร์รี่ เชอรี่ มะนาว ลิ้นจี่ และมะระกอ และอื่น ๆ

4.1.2 วิตามินเอ (Vitamin A) ป้องกันการเสื่อมอายุของผิวหน้า ช่วยซ่อมแซมผิวที่เสื่อมสภาพ ส่งเสริมกระบวนการเติบโตของผิวหน้าทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ วิตามินเอพบมากใน ไข่ นม เนย ปลาแซลมอน มะเขือเทศ แครอท ผักบุ้ง ตำลึง และฟักทอง

4.1.3 วิตามินอี (Vitamin E) ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อในร่างกาย บำรุงผิวหน้าไม่แห้งเหี่ยว ช่วยสมานแผลและป้องกันการถูกทำลายของเซลล์ผิวหนัง วิตามินอีพบมากใน ไข่ ขนมปัง ถั่วเหลือ น้ำมันพืช เมล็ดทานตะวัน และเมล็ดมะม่วงหิมพานต์

5.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายนั้นดีต่อสุขภาพอยู่แล้ว และยังช่วยในเรื่องของการบำรุงผิวพรรณด้วยเช่นกัน การออกกำลังกายช่วยให้เลือดสูบฉีดไปเลี้ยงทั่วร่างกายได้ดีขึ้น ซึ่งทำให้ผิวของเราดูสดใสเปล่งปลั่งขึ้น นอกจากนั้นการออกกำลังกายยังช่วยขับเหงื่อและกระตุ้นต่อมผลิตไขมัน ซึ่งช่วยในเรื่องของให้กักเก็บความชุ่มชื้นของผิวหนังเอาไว้ ถ้าอยากมีผิวที่สุขภาพดีเราควรออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 45 นาที 3 – 4 ครั้งต่อสัปดาห์

6.ดื่มน้ำสะอาด 6-8 แก้วต่อวัน

ในร่างกายน้ำมีเป็นส่วนประกอบหลักซึ่งมีอยู่ในทุก ๆ เซลล์ การที่เราดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอต่อวันนั้นจะช่วยให้เซลล์ทำงานได้ดีขึ้น และยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้เป็นอย่างดี

ร่างกายของเรานั้นหลั่งสารออกมาซ่อมแซมตัวเองในช่วงเวลาของการนอนหลับ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอนั้นเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผิวมีสุขภาพดี เคล็ดลับการนอนแบบมีคุณภาพเช่น นอนเป็นเวลา, งดดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน, งดเล่นอุปกรณ์ไอทีก่อนนอน ปริมาณการนอนที่เหมาะสม คือ การนอนพักอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งการนอนหลับอย่างเพียงพอและมีคุณภาพนั้นจะช่วยให้ผิวสดใสขึ้น และช่วยลดปัญหาใต้ตาคล้ำได้อย่างแน่นอน

การดูแลผิวหน้า ตามสภาพผิว

ผิวธรรมดา (Normal Skin)

ผิวธรรมดาเป็นผิวที่โชคดีที่สุดเนื่องจากเป็นผิวที่มีปัญหาน้อยที่สุด ดังนั้นวิธีการดูแลที่สุดก็คือ การปกป้องผิวจากปัจจัยที่ทำให้ผิวเสียต่าง ๆ เช่น ทาครีมกันแดดเป็นประจำ ใช้เซรั่มที่มีสารต้านอนุมูลอิสระก็บำรุงผิวได้อย่างล้ำลึกแล้ว

ผิวบอบบางแพ้ง่าย (Sensitive Skin)

หากเรามีผิวบอบบางแพ้ง่าย แปลว่า ผิวหน้าของเรานั้นมีความเสี่ยงการแพ้สารสูงกว่าปกติ ดังนั้นเราควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยนต่อผิวเป็นพิเศษ ไร้สารผสมที่เป็นน้ำหอม แอลกอฮอล์ และสารที่อาจจะก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว ผู้ที่มีผิวประเภทนี้ควรสังเกตุตัวเองว่าแพ้อะไรและหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านั้น เช่น แพ้ฝุ่น แพ้แชมพู เเพ้สารเคมี เป็นต้น

ผิวมัน (Oily Skin)

หากเรามีผิวมัน เราต้องดูแลความสะอาดเป็นอันดับแรก และควรให้ความสำคัญกับการล้างหน้าเพราะความมันจะยิ่งสะสมสิ่งที่สกปรกอยู่บนใบหน้าและกระตุ้นการเกิดปัญหาต่าง ๆ ดังนั้นเราควรล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้ง ในระหว่างวันให้ใช้กระดาษซับมันเป็นตัวช่วยหากผิวหน้ามีความมันมาก และควรเลี่ยงผลิตภัณฑ์เนื้อครีมหนักและอุ้มน้ำมัน ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่บางเบาอย่างเซรั่มหรือเอสเซนต์ น้ำตบในการบำรุงหน้าแทน ถ้าผิวหน้ามันมากเป็นตัวการทำให้หน้าเราเกิดสิวอักเสบและสิวอุดตันเพิ่มขึ้นได้ การรับประทานอาหารก็เป็นสิ่งสำคัญควรเลี่ยงรับประทานอาหารประเภททอดและอาหารมัน และเลือกรับประทานอาหารที่ประกอบไปด้วย วิตามินเอ และวิตามินบี 2 ซึ่งสามารถพบได้มากใน แคนตาลูป ผักโขม แคร์รอต และถั่วต่าง ๆ ด้วย