ฝ้ากระ การดูแล รักษาและป้องกัน

ฝ้าและกระเป็นปัญหาที่ทำให้สาว ๆ หลาย ๆ คนขาดความมั่นใจ และอาจรู้สึกจิตตกเมื่อส่องกระจกแล้วเห็นจุดด่าง ดำ บนใบหน้า วิธีลดฝ้า กระ จุดด่างดำนั้นมีหลายวิธีสามารถเริ่มทำได้ง่ายด้วยตัวคุณเอง  ฝ้าและกระนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งบนผิวหน้าและผิวกายจะเห็นได้ชัดโดยเฉพาะกับบริเวณที่ต้องเผชิญกับแสงแดดจัด หรือโดนแสงแดดอยู่เป็นประจำ ในผู้ที่มีผิวขาวมักมีแนวโน้มการเกิดฝ้า กระมากกว่าผู้ที่มีผิวสีเข้ม นอกจากนั้นฝ้าอาจเกิดจากกรรมพันธ์ และเชื้อชาติ และสามารถเกิดได้กับทั้งชายและหญิงในทุกช่วงอายุ

ฝ้าและกระแม้จะไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดใด ๆ แต่ก็สามารถทำให้คุณรู้สึกไม่มั่นใจได้ การรักษากระและฝ้าที่ปลอดภัยนั้นต้องใช้เวลาและความอดทนในการรักษา เนื่องจากฝ้าและกระนั้นไม่สามารถรักษาให้หายได้ในเวลาเพียงแปปเดียว นอกจากนั้นยังสามารถเกิดขึ้นได้ใหม่หากคุณขาดการปกป้องผิวที่ดี วิธีทางด้านล่างนี้คือวิธีรักษาฝ้า กระ จุดด่างดํา รวมถึงวิธีป้องกันฝ้าที่คุณสามารถทำได้ง่าย ๆ มาฝากกัน

ฝ้าและกระเกิดจากอะไร

ฝ้าและกระเกิดจากการที่เม็ดสีผิวเมลานินเกิดการสะสมบนผิวหนังในปริมาณมากเป็นเวลานาน เมื่อผิวสัมผัสกับแสงแดดบ่อย ๆ หรือเป็นเวลานานจะก่อให้เกิดจุดสีเข้มบนผิวหน้า เพราะเมื่อเราเจอแสงแดดมาก ร่างกายจะสร้างเม็ดสีเมลานินขึ้นเพื่อดูดซับรังสียูวีจากแสงแดด มีประโยชน์เป็นเกราะป้องกันผิว และพันธุกรรมอาจเป็นสาเหตุหลักของการเกิดกระและฝ้าเพราะผิวจะผลิตเม็ดสีเมลานินมากกว่าบุคคลทั่วไปซึ่งส่งผลให้เกิดกระและฝ้ามากขึ้นกว่าคนทั่วไปเมื่ออายุเพิ่มขึ้น

ความแตกต่างระหว่าง ฝ้ากับกระ

  • ฝ้า (Melasma) มีลักษณะเป็นรอยดำบนใบหน้าที่พบบ่อยในผู้หญิงเอเชีย และผิวสี จะเป็นปื้นดำ ฝ้ามี 2 ชนิด คือมีทั้งแบบตื้นและลึก ฝ้าแบบตื้นจะอยู่ในระดับผิวหนังกำพร้า (ผิวหนังชั้นนอก) ฝ้าชนิดนี้มีลักษณะเป็นสีน้ำตาล ขอบชัด เกิดขึ้นได้ง่าย สามารถรักษาให้หายได้และใช้เวลาแปปเดียว ส่วนฝ้าแบบลึกนั้นจะอยู่ในระดับที่ลึกลงไปในเซลล์ผิวคืออยู่ลึกกว่าผิวหนังกำพร้า ด้วยความลึกของฝ้าชนิดนี้จึงทำมีสีออกมาภายนอกผิวหนังเป็นสีน้ำตาลอมฟ้าหรือสีน้ำตาลอมม่วง ฝ้าชนิดนี้รักษาได้ยากกว่าชนิดตื้นและมักไม่หายขาด การทายามักให้ผลเพียงแค่ทำให้รอยคล้ำดูจางลงเท่านั้น ส่วนใหญ่ฝ้าชนิดนี้จะเกิดที่บริเวณโหนกแก้ม กราม หรือส่วนกลางของใบหน้า แสงแดด การตั้งครรภ์ การทานฮอร์โมนเพศหญิง หรือยาคุมกำเนิด ล้วนเป็นการกระตุ้นให้สีเข้มขึ้นด้วย
  • กระ  เป็นคำที่ใช้เรียกรอยดำหลายแบบด้วยกัน ได้แก่ กระตื้น (Freckles) โดยมากพบในคนที่มีสีผิวขาวจะเกิดฝ้าได้ตั้งแต่เด็ก มีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลอ่อน มักอยู่รวมกันเป็นกระจุก จะเห็นได้มากใบหน้าและบริเวณที่โดนแดดอย฿เป็นประจำ กระชนิดนี้จะถูกกระตุ้นให้เข้มโดยแสงแดด กระแดด (Solar Lentigines) พบได้ในผู้ที่มีอายุมาก 30+  โดยพบตามบริเวณที่โดนแสงแดดอยู่บ่อย ๆ และเกิดการสะสม มีลักษณะเป็นจุดหรือปื้นสีน้ำตาลขอบชัด ส่วนกระลึก (Hori’s Nevus) โดยส่วนมากจะพบที่บริเวณโหนกแก้ม 2 ข้าง มีลักษณะเป็นจุดสีเทา ๆ ขอบไม่ชัด อย่างไรก็ตามรอยดำบนใบหน้ายังมีอีกจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นรอยดำที่เป็นแต่กำเนิด รอยดำที่เกิดจากการอักเสบของผิวหนัง รอยดำที่เกิดจากการใช้ยาบางชนิด หรือรอยดำที่เป็นอาการของโรคทางกาย ฉะนั้นเพื่อการรักษาที่ตรงจุดควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโรคผิวหนังเพื่อรับการวินิจฉัยโรคอย่างถูกต้อง

กระนั้นแบ่งออกเป็น 4 ประเภทดังนี้

  • กระตื้น – กระตื้นมีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลขนาดเล็กไม่เกิน 0.5 เซนติเมตร จะอยู่กระจายทั่วใบหน้าและร่างกาย โดยมีแสงแดดเป็นตัวกระตุ้นให้กระชนิดนี้เพิ่มขึ้นแต่ก็สามารถจางลงเองได้หากคุณหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดด
  • กระลึก – กระลึกมีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลเทา มีขนาดประมาณ 2-3 มิลลิเมตร เกิดขึ้นบนชั้นผิวหนังที่ลึกกว่ากระตื้นหรือเกิดในชั้นผิวหนังแท้
  • กระแดด – กระแดดมีลักษณะเป็นวงกลมสีน้ำตาลเป็นจุด ๆ และไม่มีลักษณะนูนโดยกระชนิดนี้จะเรียบแนบกับผิวซึ่งมักพบมากในผู้สูงอายุ
  • กระเนื้อ – กระเนื้อมีลักษณะเป็นตุ่มเนื้อเล็ก ๆ งอกนูนขึ้นมาจากผิวหนัง มีสีน้ำตาลไปจนถึงสีดำ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทุกส่วนของร่างกายตั้งแต่ใบหน้า ลำคอ ไปจนถึงลำตัว วิธีรักษากระชนิดนี้นั้นต้องทำโดยเลเซอร์เท่านั้น

ส่วนฝ้านั้นคือลักษณะจุดหรือแผ่นสีน้ำตาลคล้ำ สามารถเกิดขึ้นได้จากปัจจัยกระตุ้นต่าง ๆ นอกเหนือจากแสงแดด เช่น ฮอร์โมนที่ร่างกายผลิตขึ้นจากการรับประทานยาบางชนิดเช่น ยาคุมกำเหนิดหรือยาฮอร์โมนสำหรับวัยทอง หรือเกิดจากยารักษาโรค เป็นต้น ฝ้ายังสามารถเกิดขึ้นได้จากกรรมพันธ์หรือการแพ้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำหอมหรือส่วนผสมของแอลกอฮล์

การป้องกันฝ้า กระ

ฝ้าและกระมีปัจจัยหลักในการกระตุ้นให้เข้มขึ้นคือ แสงแดด ดังนั้นควรทาครีมกันแดดหรือโลชั่นที่มีส่วนผสมของสารป้องกันแดดก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง และทาเป็นประจำแม้จะอยู่ที่บ้าน คุณควรเลือกครีมกันแดดที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบมากกว่าน้ำมันหรือสูตร Non-comedogenic เพื่อลดความเสี่ยงจากการอุดตันของเนื้อครีมในรูขุมขน ต้องเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป และมีส่วนผสมของ PA  โดยต้องเลือกเป็นแบบ PA +++ ซึ่งเป็นสารที่มีประสิทธิภาพช่วยป้องกันรังสีอัลตร้า UVA และ UVB

  • หากคุณไม่สามารถเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ต้องเผชิญกับแสงแดดที่เป็นเวลานานและมากเป็นพิเศษ คุณควรทาครีมกันแดดก่อนออกแดด 3 ชั่วโมงและทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง เพื่อการปกป้องผิวที่ได้ผลลัพธ์ที่สูงสุดพร้อมทั้งใส่หมวกปีกกว้างและสวมใส่เสื้อผ้าที่มิดชิดเพื่อการปกป้องผิวที่มากขึ้น
  • นอกจากนั้นควรพยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดในเวลา 10-14 นาฬิกา เนื่องจากเป็นเวลาที่แสงแดดแรงและทำร้ายผิวได้มากที่สุด
  • หยุดรับประทานยาที่ส่งผลกระทบกับฮอร์โมนเช่น ยาคุมกำเหนิด เป็นต้น
  • ควรทำการทดสอบเครื่องสำอางหรือมอสเจอร์ไรเซอร์ทาตัวใหม่ก่อนใช้ทุกครั้งเพื่อป้องกันการระคายเคืองของผิวหนังและควรหลีกเลี่ยงเครื่องสำอางหรือมอสเจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของสารที่ก่อให้เกิดฝ้าได้

วิธีรักษาฝ้า กระ

  • สารสกัดจากผลไม้ AHA (Alpha Hydroxy Acid)  ฝ้าและกระนั้นมีวิธีรักษา และลดความเข้มได้หลายวิธี คุณสามารถลดเลือนรอยฝ้าและกระได้โดยการใช้ครีมหรือโลชั่นที่มีส่วนผสมของ AHA (Alpha Hydroxy Acid) สารสกัดจากผลไม้หลากชนิด ถึงแม้ฝ้าและกระบางชนิดจะไม่สามารถลบเลือนหรือหายได้อย่างถาวรแต่ก็สามารถทำให้จางลงได้ AHA หรือกรดผลไม้นั้น จะไปกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ช่วยให้เซลล์ผิวเก่าหลุดออกเปิดเนื้อที่ให้เซลล์ผิวใหม่ในผิวชั้นล่างขึ้นมาทดแทน จึงมีประสิทธิภาพในการช่วยลดเลือนจุดด่างดำบนผิวและทำให้ฝ้า กระ และจุดด่างดำเลือนลงได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่เกิดอันตราย
  • การทายารักษาฝ้ากระ ปัจจุบันมีเราจะพบเห็นยาทารักษาฝ้า กระ และรอยดำมากมายตามท้องตลาด จนบางครั้งก็เลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้ก็มีทั้งที่ปลอดภัยและผสมสารที่เป็นอันตราย ซึ่งบางครั้งการดูฉลากยาก็ไม่สามารถตรวจสอบได้จริง ๆ ว่ายานั้นเป็นยาที่ปลอดภัยจริงหรือไม่ ควรหลีกเลี่ยงครีมทาฝ้าที่ผสมสารอันตรายโดยสารเคมีที่ใส่ในยารักษารอยดำที่อันตราย อย่างเช่น ใช้ ไฮโดรควินิน (Hydroquinone) ซึ่งในครีมบางชนิดอาจผสมมากกว่าปริมาณที่องค์กรอาหารและยากำหนด การใช้สารปรอท หรือมีส่วนผสมของสเตียรอยด์ที่อาจเกิดผลข้างเคียงกับการใช้บนผิวหนัง ยากลุ่มนี้จะเห็นผลดีและเร็วมากเมื่อใช้ช่วงแรก ๆ จะรู้สึกว่ารอยดำจางหายได้เร็วมาก แต่เมื่อใช้ไปนาน ๆ จะทำให้ผิวบางขึ้น คุณจะสังเกตว่าจะเกิดอาการหน้าแดงง่าย เกิดเส้นเลือดฝอยเล็ก ๆ บนใบหน้าอย่างเห็นชัด บางรายอาจเกิดสิวอักเสบขึ้นเต็มใบหน้าหลังหยุดใช้ยา และอาจส่งผลให้รอยดำที่เป็นอยู่มีสีเข้มขึ้นและขยายขนาดมากขึ้นได้ด้วย
  • ทรีทเม้นท์ IPL (Intense Pulsed Light) นอกเหนือจากนี้ยังมีวิธีรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำโดยการทำทรีทเม้นท์ IPL (Intense Pulsed Light) วิธีนี้เป็นการปล่อยพลังงานแสง ฟลูออเรสเซนต์ที่มีความเข้มข้นสูงเข้าทำลายเม็ดสีผิวที่เข้มให้หลุดออก และช่วยเร่งการผลิตเซลล์ผิวใหม่มาทดแทนทำให้เผยผิวใหม่ที่ขาวเนียนพร้อมช่วยกระชับรูขุมขนให้เต่งตึง จึงเป็นวิธีที่สามารถรักษาฝ้าและกระได้อย่างปลอดภัยและเห็นผลระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพ วิธีการทำเลเซอร์ IPL เป็นการรักษาแบบต่อเนื่องภายใต้ความควบคุมของแพทย์ ควรได้รับการรักษาอย่างน้อย 3 ครั้ง ทุก ๆ 2-4 สัปดาห์ จึงจะเห็นผล อย่างไรก็ตามคุณควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสำหรับวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาผิว

บทความน่ารู้จากเว็บไซต์ https://thecloverbeautyclinic.com/articles/ulthera-คืออะไร-ต่างจาก-thermage-hifu-อย่าง/