ฟิลเลอร์ใต้ตาคืออะไร มีขั้นตอนอย่างไร

ฟิลเลอร์ (Filler) คือ การฉีดสารเติมเต็มผิว ด้วยสารไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือ เรียกว่า “HA” เพื่อเติมเต็มหรือเสริมเนื้อเยื่อในชั้นผิวหนังและใต้ผิวหนัง โดย HA จะช่วยกักเก็บน้ำให้แก่ชั้นใต้ผิว ในจุดที่ต้องการรักษา เพื่อเติมเต็มช่องว่างให้กับเซลล์ผิวหนัง ทำให้ผิวเกิดความยืดหยุ่น เพิ่มความเต่งตึงเนียนเรียบ ปราศจากริ้วรอย
เราจะใช้ ฟิลเลอร์ ในส่วนที่เป็นริ้วรอยหรือร่องลึก ที่เกิดขึ้นตามจุดต่าง ๆ บนใบหน้าทำให้ร่องดูตื้นขึ้น และเป็นการเติมใยคอลลาเจนใต้ผิวที่หายไปทำให้ผิวส่วนนั้นอิ่มเอิบ ส่งผลให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์กว่าวัย ได้อย่างชัดเจน ฟิลเลอร์แท้จะสามารถสลายตัวไปได้เองตามธรรมชาติ และ “ฟิลเลอร์ ” สามารถใช้ในการปรับแต่งรูปหน้าได้อีกด้วย เช่น ฉีดเพื่อตกแต่งปากกระจับหรือทำให้ริมฝีปากอวบอิ่ม ในผู้ที่เริ่มมีอายุมากขึ้น ทำให้แก้มตอบลงหรือกระดูกยุบตัวลง ก็สามารถใช้ฟิลเลอร์ ในการแก้ปัญหาเหล่านี้ได้เช่นกัน นอกากนั้นยังมีการนำฟิลเลอร์มาใช้ในการบำรุงผิวให้กระชับเปล่งปลั่ง หรือ ฉีดเพื่อเติมเต็มส่วนต่าง ๆ เช่น คาง ปาก ร่องแก้มให้ตื้นขึ้น

ฟิลเลอร์ใต้ตาคืออะไร

ในผู้ที่มีอายุที่มากขึ้น โครงสร้างของใบหน้าและผิวใต้ตาจะเกิดการเปลี่ยนแปลง หลายคนกระดูกโครงหน้าจะยุบลง กล้ามเนื้อจะน้อยลง เกิดเป็นร่องรอยตรงส่วนใต้ตา ให้เห็นชัดเจน และอาจทำให้หน้าดูหย่อยคล้อย และโทรม ไม่สดชื่น ซึ่งปัญหานี้สามารถเกิดได้กับทุกคน เมื่ออายุผ่าน 25 ปีไปแล้ว

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาก็คือ การฉีดคอลลาเจน “ Hyaluronic Acid : HA” ทำให้หน้าดูเด็กลง โดยการฉีดฟิลเลอร์เข้าไปในส่วนของใต้ตา เพื่อเติมเต็มรอยใต้ตา ให้ดูมีน้ำมีนวลขึ้น ร่องลึกดูตื้นขึ้น ริ้วรอยลดลง และ ในผู้ที่มีอายุมากขึ้น ใต้ตาจะเป็นจุดแรกของใบหน้าที่จะยุบตัวลงตามวัยและเห็นเด่นชัด ทำให้หน้าดูมีอายุและไม่สดใส และเป็นจุดแรกที่หมอแนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์ การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยให้ใบหน้าดูเด็กลง อย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุด และเวลาที่เราต้องการฉีด ฟิลเลอร์ที่ส่วนอื่นๆเราก็ควรจะฉีดใต้ตาด้วย เพื่อให้ใบหน้ามีความสมดุล

สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาซึ่งเป็นส่วนที่บอบบางควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แพทย์จะช่วยประเมินความเหมาะสมของคนไข้แต่ละราย หลังจากนั้นก็สามารถหาเวลาเข้าไปฉีดได้เลย เพราะการฉีดใต้ตาทำง่าย ใช้เวลาแปปเดียว รอยรูเข็มเล็กมาก และไม่มีอาการบวมเลย  จากนั้น ประมาณ 2-4 สัปดาห์ แพทย์จะนัดมาติดตามผล เพื่อดูว่าต้องเติมส่วนไหนอีกบ้าง จนกว่าหน้าจะเข้ารูปที่เราต้องการ

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาให้สวยนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายด้วยปัจจัยดังนี้

  1. ด้วยธรรมชาติของผิวรอบดวงตาเอง กล้ามเนื้อ Orbicularis Oculi นั้นเป็น sphincter muscle หรือกล้ามเนื้อหูรูด คนเรากระพริบตาวันละประมาณ 14000 ครั้ง ซึ่งการกระพริบตาแต่ละครั้งเป็นการ squeeze ฟิลเลอร์ที่ฉีดใต้ตาให้ค่อยๆมากองในจุดเดียวกัน เพราะฉะนั้นการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตานั้นต้องฉีดลึกและ under correct คือฉีดได้ทีละน้อยไว้ก่อน
  2. ธรรมชาติของ HA filler ที่ฉีด Hyaluronic acid นั้นเป็นสารอุ้มน้ำ ถึงหลายบริษัทจะพยายามหาเทคโนโลยีในการผลิตให้อุ้มน้ำน้อยลง แต่ก็ยังอุ้มน้ำอยู่ดี พอ HA filler อุ้มน้ำ ฟิลเลอร์ก็จะเกิดการบวมขึ้นมา โดยจะไม่บวมทันที แต่จะค่อยๆบวมหลังจากฉีด หลายคนตอนแรกจะสวยได้รูปหลังการฉีด พอผ่านไป 3-6 เดือน HA filler ค่อยๆดูดน้ำเข้าหาตัว เกิดเป็นก้อนใต้ตาขึ้นมา
  3. เทคนิคการฉีดของแพทย์ สืบเนื่องมาจากข้อสอง ทำให้เทคนิคการฉีดนั้นต้องวาง plane ลึก แต่บางครั้งด้วยความไม่ทราบ ก็อาจทำให้ฉีดตื้น ซึ่งเมื่อฉีดตื้น โอกาสที่ฟิลเลอร์จะโดน Orbicularis Oculi ขยับก็ง่ายขึ้น การฉีดฟิลเลอร์จึงต้องให้ถูกต้องตรงจุด แต่ถ้าเกิดปัญหาแล้ว การแก้คือถ้าเป็นแค่นิดหน่อยสามารถฉีดฟิลเลอร์แก้ไขได้ ถ้าเป็นก้อนจับตัวขนาดใหญ่ต้องสลายทิ้งทั้งหมดก่อน แล้วรอประมาณสองสัปดาห์จึงกลับมาฉีดใหม่ ช่วงนี้คนไข้ต้องอดทนกับตาที่มีร่องลึกและตาเหี่ยวไปก่อน

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายหรือไม่

หลายคนเคยได้ยินว่าการฉีดฟิลเลอร์อันตราย เช่น ฟิลเลอร์ไม่บริสุทธ์หรือผสม มีสารตกค้างในร่างกาย มีการใช้ฟิลเลอร์ปลอม ซึ่งเรื่องเหล่านี้ในปัจจุบันมีน้อยมาก และยังเป็นสิ่งที่เราสามารถควบคุมได้ โดยสามารถศึกษา หาข้อมูล อ่านรีวิว ศึกษาฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อที่เราจะฉีด ข้อมูลของคลินิกและแพทย์ที่จะไปทำ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เราสามารถหาได้ง่ายและมีการเปรียบเทียบข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต แทบจะกังวลเรื่องอันตรายจากตัวฟิลเลอร์เลย หากว่าฟิลเลอร์ที่จะฉีดเป็นฟิลเลอร์แท้ เพราะเมื่อฉีดฟิลเลอร์เข้าร่างกาย ฟิลเลอร์แท้จะสามารถสลายเองได้ 100% พูดง่าย ๆ ว่าการฉีดฟิลเลอร์ไม่ได้เป็นเรื่องน่ากลัวหรืออันตราย หากเลือกใช้ฟิลเลอร์แท้ในการฉีด

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

  1. เห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังทำ : การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นเทคนิคการฉีดสารเต็มเติมที่สามารถเห็นผลได้ทันทีหลังจากการฉีด เนื่องจากสารที่ใช้ฉีดจะมีความคงตัวทันที ดังนั้นเราสามารถปรับให้พึงพอใจหรือหากรู้สึกไม่พึงพอใจก็สามารถเติมหรือนำสารเติมเต็มออกจากบริเวณใต้ดวงตาได้ทันที
  2. ไม่ต้องผ่าตัด : การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นการแก้ไขปัญหาริ้วรอยความบกพร่องบนใบหน้า ด้วยการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปใต้ผิวหนัง โดยไม่จำเป็นต้องกรีดเปิดแผลหรือทำการผ่าตัดผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหาริ้วรอยแต่อย่างใด การเข้ารับบริการจึงไม่ต้องทนเจ็บตัวมากเพื่อความสวย และไม่ต้องเสี่ยงกับภาวะข้างเคียงหลังการผ่าตัดอีกด้วย
  3. ไม่ต้องพักฟื้น : เนื่องจากการฉีดฟิลเลอร์ เป็นวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัดและการฉีดฟิลเลอร์ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบกับร่างกาย และเกิดอาการบวมแดงหรือผลข้างเคียงได้น้อยมาก ๆ จึงสามารถฉีดแล้วกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที

ข้อเสียของการ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

  1. ผลของการฉีดอยู่ได้ไม่นาน : การฉีดฟิลเลอร์สามารถอยู่ได้เพียงชั่วคราว โดยส่วนใหญ่แล้วฟิลเลอร์จะสามารถอยู่ได้ประมาณ 4 เดือนไปจนถึง 1 ปีก่อนที่สารจะสลายตัวไปตามธรรมชาติโดยไม่เป็นอันตราย
  2. ต้องมีการฉีดซ้ำเพื่อผลลัพธ์ที่ต่อเนื่อง : สารไฮยารูโรนิก แอคซิด เป็นสารที่อยู่ได้ระยะหนึ่งก็จะสลายไปตามธรรมชาติ และทำให้บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์กลับสู่สภาพเดิมเหมือนไม่ได้ฉีด ดังนั้น ถ้าหากต้องการผลลัพธ์ในระยะยาวจะต้องมีการฉีดฟิลเลอร์ซ้ำอยู่เป็นระยะตามที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญกำหนด
  3. เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนหากผู้ฉีดไม่มีความเชี่ยวชาญ : การฉีดฟิลเลอร์ควรทำโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะถ้าหากแพทย์ที่ทำการฉีดฟิลเลอร์ไม่มีความเชี่ยวชาญมากพอ อาจทำให้สารฟิลเลอร์เข้าไปอุดตันเส้นเลือด และเป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะบริเวณดวงตา หากไม่มีประสบการณ์ในการฉีดมากพอ อาจทำให้ตาบอดได้อย่างถาวร

สำหรับท่านที่มีแพลนจะฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ควรศึกษาหาข้อมูลโดยละเอียดและปรึกษาแพทย์ เพื่อเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่เหมาะกับตัวเราที่สุด  ส่วนใครที่ยังกังวลใจเกี่ยวกับความเชื่อที่ว่า เมื่อหยุดฉีดฟิลเลอร์จะทำให้หน้าแก่กว่าเดิมเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะการฉีดฟิลเลอร์คือการช่วยชะลออายุของผิว ดังนั้นเมื่อหยุดฉีดฟิลเลอร์ ผิวก็ยังคงดูอ่อนวัยกว่าตอนก่อนฉีด แต่เพราะผิวหน้ามีการเปลี่ยนแปลงไปตามเวลาและอายุที่มากขึ้น หลายคนจะเคยชินกับหน้าที่เด็กลงตอนที่ฉีดฟิลเลอร์ ทำให้เมื่อหยุดฉีดริ้วรอยที่เคยมีอยู่เดิมก็เริ่มกลับมา ทำให้หน้าดูโทรมกว่าตอนที่ฉีด อาจเกิดความเข้าใจผิดว่าหลังจากการหยุดฉีดฟิลเลอร์แล้วหน้าแก่กว่าเดิม