วิธีการแก้ไขขาหนีบดำแก้ไขให้หายขาด

ขาหนีบดำ

ปัญหาขาหนีบดำหรือง่ามขาดำแม้ว่าจะดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ ในที่ลับก็ตาม แต่ใครจะรู้ว่าหากขาหนีบเกิดมีสีคล้ำดำขึ้นแล้ว ทำให้สาว ๆสูญเสียความมั่นใจกันไปเลยทีเดียว โดยเฉพำในกลุ่มสาวสุดเปรี้ยวที่สวมใส่บิกินี่ตัวจิ๋ว อวดหุ่น หรือใส่กางเกงขาสั้นสุด ๆ ก็มักจะเกิดอาการขาดความมั่นใจ ทำให้บางคนถึงกับเลี่ยงที่จะสวมใส่มันอีกเลยทีเดียว สาว ๆ ไม่ต้องกังวลใจไป เรามีวิธีแก้ปัญหาขาหนีบดำรวมถึงวิธีการป้องกันการเกิดขาหนีบดำ มาให้สาว ๆ ได้ศึกษาและลองทำกันค่ะ

ขาหนีบดำ ป้องกันอย่างไร

ปัญหาขาหนีบดำอาจป้องกันได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • ไม่สวมใส่เสื้อผ้าที่ชื้นหรือชุ่มไปด้วยเหงื่อ
  • หมั่นทาแป้งถ้าเป็นคนเหงื่อออกง่าย แป้งจะช่วยดูดซับความชุ่มชื้นบริเวณขาหนีบ
  • ทาปิโตรเลียมเจล หรือผลิตภัณฑ์ที่ใกล้เคียงกันบริเวณขาหนีบ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและลดการเสียดสี
  • สวมเสื้อผ้าที่เหมาะสม เช่น เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี หรือเสื้อผ้าที่ทำจากเส้นใยธรรมชาติ และหากต้องออกกำลังกายควรสวมใส่ชุดออกกำลังกายโดยเฉพาะ
  • ใช้ผ้าพันแผลแบบเนื้อนุ่มรองบริเวณขาหนีบ เพื่อซับเหงื่อและป้องกันการเสียดสี
  • ดูแลสุขภาพและสัดส่วนให้ดีอยู่เสมอ เช่น ควบคุมน้ำหนัก เลือกรับประทานอาหารอาหารที่มีประโยชน์ และปรึกษาแพทย์ถึงผลข้างเคียงของยารักษาที่ใช้อยู่

วิธีป้องกันไม่ให้ขาหนีบดํา

  1. หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ขาหนีบดำ การรักษาให้หายต้องควบคู่ไปกับการป้องกันไม่ให้เกิด โดยปกติแล้วเม็ดสีผิวบริเวณขาหนีบจะมีสีคล้ำขึ้นเนื่องจากเกิดการเสียดสีได้ง่ายอยู่แล้ว จนทำให้เกิดรอยดำง่ายกว่าบริเวณอื่น โดยเฉพาะกับคนที่มีน้ำหนักตัวมาก ๆ ควรเริ่มลดน้ำหนักอย่างจริงจัง โดยให้เริ่มเน้นท่าออกกำลังกายกระชับต้นขาเพื่อช่วยลดการเสียดสีก่อน หรือการสวมใส่กางเกงในหรือกางเกงยีนส์แบบรัด ๆ ก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มการเสียดสีเข้าไปใหญ่ เพราะผ้าค่อนข้างหนา ดังนั้นถ้าเลี่ยงได้ก็จะดี เพื่อป้องกันไม่ให้ขาหนีบดำถาวรและแก้ยากมากยิ่งขึ้น ไม่ควรใส่กางเกงในตอนนอน แต่หากจำเป็นต้องใส่ก็ให้เลือกใส่กางเกงในที่ไม่มีตะเข็บ ใส่ขนาดพอดีตัวไม่คับจนเกินไป
  1. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ วิตามินซี วิตามินอี โดยวิตามินอีสามารถพบได้มากในอาหารจำพวก นม ถั่ว ไข่ เนื้อสัตว์ ปลา ผัก ฯลฯ ส่วนวิตามินซีจะพบได้มากในผักและผลไม้ วิตามินทั้งสองชนิดนี้มีบทบาทที่เป็นประโยชน์ต่อผิวอย่างยิ่ง ทำให้ผิวแข็งแรงและลดการอักเสบได้
  1. ขัดผิวบ้าง ให้ใช้ฟองน้ำหรือใยบวบขัดเบา ๆ บริเวณขาหนีบในขณะอาบน้ำ ขัดไปพร้อม ๆ กับตอนถูสบู่เลยก็ได้ โดยให้ทำอาทิตย์ละครั้งละสองครั้งพอเป็นการผลัดเซลล์ผิว รอยดำบนขาหนีบของคุณจะค่อย ๆ จางลงอย่างแน่นอน สาว ๆ ควรขัดถูแบบเบา ๆ เพราะถ้าลงแรงขัดมากเกินไปก็อาจทำให้เกิดการอักเสบบวมแดงมากขึ้นเท่านั้น พอแดงมาก ๆ ความดำจากการเสียดสีก็จะมาเยือน และเยอะขึ้นกว่าเดิมด้วย
  1. สครับผิวสูตรธรรมชาติ การขัดบำรุงผิวก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วออกไป อีกทั้งจะค่อย ๆ คืนความขาวกระจ่างใสขึ้นมาได้ โดยอาจเน้นเป็นสครับสูตรธรรมชาติ ทำได้ง่ายๆ  ดังต่อไปนี้ (ให้ทำเพียงอาทิตย์ละประมาณ 2-3 ครั้ง)
    • สูตรมะขามเปียกผสมน้ำผึ้ง นำมาทาถูทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที แล้วล้างออก
    • สูตรมะนาว ใช้เปลือกมะนาวนำมาทาถูทิ้งไว้ประมาณ 2-3 นาที แล้วล้างออก
    • สูตรขมิ้นผง มะขามเปียก และนมสด นำมาผสมพอให้ข้นแล้วนำไปขัดวนบริเวณขาหนีบทั้งสองข้างเบา ๆ
    • สูตรน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาวครึ่งลูก และน้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ นำมาผสมให้เข้ากันใช้สครับวนเป็นวงกลมจนน้ำตาลละลายทิ้งไว้ 5 นาที แล้วล้างออก
    • สูตรสครับน้ำผึ้งเปลือกส้ม เพียงแค่คุณนำมีดมากรีดเปลือกส้มเบา ๆ ให้มีรอยเปิด แล้วนำมาขยี้และบีบกับน้ำผึ้ง ใช้ขัดผิวเบา ๆ
    • สูตรน้ำมันอัลมอนด์ 1 ช้อนชา น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ, นมจืด 2/3 ช้อนโต๊ะ, น้ำมะนาวครึ่งลูก และเมล็ดอัลมอนด์บด นำมาผสมให้เข้ากัน แล้วนำมาทาบริเวณขาหนีบทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที จากนั้นก็ค่อย ๆ สครับออกกับน้ำสะอาด
    • สูตรโยเกิร์ตผสมกับเบคกิ้งโซดา แล้วนำมาขัดเบา ๆ (สูตรนี้หลายคนบอกว่าได้ผลนะ)
    • สูตรสารส้มผสมกับมะขามเปียก
    • สูตรผงวิเศษนิยมขัดกับมะนาว
    • บำรุงด้วยน้ำมันสกัดจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว น้ำมันคาโมมายล์ หรือน้ำมันดอกลาเวนเดอร์ ก็สามารถนำมาใช้ทาเพื่อช่วยลดเลือนรอยด่างดำ ลดปัญหาผิวหยาบกร้าน และทำให้ผิวเนียนนุ่มได้ โดยนำมาทาบริเวณขาหนีบเป็นประจำทุกวันก็จะช่วยทำให้ขาหนีบของคุณสาว ๆ กระจ่าง ขาว ขึ้น และเป็นการบำรุงผิวไปในตัวอีกด้วย

  1. ทาครีมลดรอยดำและเพิ่มความชุ่มชื้น สาว ๆ อาจเลือกใช้ครีมบำรุงผิวเฉพาะจุดสำหรับทาขาหนีบก็ได้ เช่นครีมทาขาหนีบดํา โดยเฉพาะ หรืออาจจะเป็นครีมที่มีส่วนผสมจากไวเทนนิ่งและวิตามินอี ทาเป็นประจำทุกครั้งหลังอาบน้ำ ครีมจะช่วยลดผิวคล้ำบริเวณขาหนีบได้
  2. เลเซอร์ลดรอยดำ การรักษาโดยใช้เลเซอร์เพื่อลบรอยดำในกรณีที่มีรอยดำคล้ำมาก เพื่อยับยั้งการสร้างเม็ดสี ซึ่งการยิงเลเซอร์จะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ๆ เช่น สีผิว เพราะคนผิวคล้ำจะเห็นผลได้ไม่ดีเท่าคนผิวขาว หรือใช้พวกไอพีแอล (IPL) เช่นเดียวกับที่เราใช้แก้ปัญหารอยดำของสิวบนใบหน้า หรือทำไอออนโตโฟเรซิส (lontophoresis)
  3. รักษาด้วยยากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สำหรับใครที่รักษาด้วยการทาครีมหรือขัดก็แล้วบำรุงก็แล้วแต่ยังไม่เกิดผล ก็ต้องมาเชคสภาพผิวกันก่อน และหมอจะจัดยาไปทาตามสภาพ ถ้าดำอย่างเดียวก็อาจจะให้ยาที่ลดการทำงานของเม็ดสี หรือผิวมีการหนาขึ้นมาก็อาจจะใช้ยาผลัดเซลล์ผิว หากจะไปซื้อยามาทาเองคุณควรถามเภสัชให้ดีก่อน เพราะผิวบริเวณนี้จะบางมาก ขาหนีบดำระหว่างตั้งครรภ์ เกิดจากฮอร์โมนเกิดการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ผิวของคุณแม่บางรายเกิดการเปลี่ยนแปลง คือ มีรอยดำคล้ำหรือมีสีเข้มขึ้นตามต้นคอ ข้อพับ รักแร้ ขาหนีบ และหัวนม ซึ่งรอยดำคล้ำต่าง ๆ นั้น ปกติแล้วจะหายไปเองภายหลังการคลอดบุตร ดังนั้นคุณแม่จึงไม่ต้องกังวลใจ ไม่ต้องไปทำการขัดถูหรือซื้อยามาทา เพราะยาบางตัวอาจมีผลต่อทารกในครรภ์ได้ ดังนั้น คุณแม่ควรอดทนรอ และเมื่อเวลาผ่านไปความดำคล้ำก็ค่อย ๆ จางลง จนกลับมาสู่ปกติเอง
  4. โรคผิวหนังช้าง (Acanthosis Nigricans) สำหรับผู้ที่ขาหนีบดำ ที่เกิดจากขี้ไคลสะสม ขัดเท่าไรก็ขัดไม่ออก อาจเป็นโรคผิวหนังช้างก็ได้ ซึ่งโรคนี้เป็นโรคผิวหนังจะมีลักษณะผิวคล้ำ หนา และมีลักษณะเหมือนกำมะหยี่ มักจะพบได้บริเวณคอ รักแร้ และขาหนีบ โดยมักจะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีอินซูลินมาก จนทำให้มีการกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังมีการเจริญมาก หากเป็นโรคนี้ก็ควรจะปรับการทานอาหารโดยการลดน้ำตาลและแป้ง ทางที่ดีคือลดน้ำหนักให้ได้ แล้วภาวะ insulin resistance หมดไป รอยดำก็จะค่อย ๆ จางหายไปเองโดยไม่ต้องไปขัดผิวเลย

สาว ๆ วิธีป้องกันและรักษาแล้ว สามารถลองทำตามได้เลยค่ะเพื่อความสวยและความมั่นใจ หากทำเป็นประจำ รับรองได้เลยว่าความขาวใสและความมั่นใจจะกลับคืนมาอีกครั้งแน่นอน