สิวข้าวสาร การดูแล รักษาและป้องกัน

สิวหิน สิวข้าวสาร เหมือนกันไหม

สิวหิน สิวข้าวสาร เมื่อมองและสัมผัสเผิน ๆ ภายนอกแล้วอาจรู้สึกว่ามันเหมือนกันหรือเป็นสิวชนิดเดียวกันแน่ ๆ  โดยมีลักษณะเป็นสิวเม็ดเล็กสีขาว ๆ เหมือน ๆ กัน แต่ความตจริงนั้น สิวหินและสิวข้าวสารเป็นสิวคนละชนิดกัน และไม่ได้เป็นอันตรายหรือเป็นสาเหตุของเนื้องอกอันตรายแต่อย่างใด

โดยสิวหินและสิวข้าวสาร มักจะมีขนาดเล็กมาก ๆ เล็กกว่าสิวอักเสบทั่วไป และไม่มีติ่งที่ยื่นออกจากผิว สิวชนิดนี้ต่างจากซีสต์โดยที่เวลาจับหัวสิวนั้น สิวข้าวสารจะมีลักษณะแข็งกว่าซีสต์

สิวข้าวสาร

สิวข้าวสาร (Milia) มีขนาดเล็กมากเพียง 1 มม. เท่านั้น ลักษณะเป็นตุ่มนูนเล็ก ๆ และมีสีเหมือนกับผิวหนังของเรา และไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดใด ๆ เมื่อสัมผัสแล้วอาจไม่ค่อยรู้สึกสากมือ เนื่องจากมีขนาดเล็กมาก ๆ

สิวข้าวสารคืออะไร

สิวข้าวสาร หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า จุดน้ำนม (milk spot)  มักเกิดจากการอุดตันของต่อมไขมันที่ผลิตออกมามากเกิน กลายเป็นเม็ดเล็ก ๆ สีเหลืองขุ่นและขาว โดยส่วนมากจะพบรอบ ๆ ดวงตา อันเนื่องมาจากที่คนส่วนใหญ่จะใช้อายครีมที่ให้ความชุ่มชื้นสูง และยังพบสิวข้าวสารได้มาก บริเวณรอบ ๆ จมูกอีกด้วย

อาการของสิวข้าวสาร

สิวข้าวสารเป็นสิวที่มีผิวตื้นและมีเนื้อแข็ง มีขนาดเล็กมาก ๆ ประมาณ 1-2 มิลลิเมตร เป็นตุ่มสีขาวหรือเหลืองคล้ายสีไข่มุก ซึ่งผู้ที่เป็นสิวข้าวสารบางคนอาจมีอาการคันร่วมด้วย หากมีอาการแปลก ๆ หรือลักษณะตุ่มสิว แปลก ๆ ไป หรือเป็นสิวข้าวสารนานเกิน 3 เดือนแล้วยังไม่หายหรืออาการไม่ดีขึ้น ควรไปปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการตรวจรักษา

สาเหตุของสิวข้าวสาร

การดูแลผิวและมีผิวพรรณที่ดี เนียน ไร้รอยนั้นคือชีวิตของผู้หญิง แต่สาเหตุที่สำคัญที่สุดของปัญหาการเกิดสิวข้าวสารอีกอย่างคือการดูแลผิวมากเกินไป หรือการที่ตุณผู้หญิงทั้งหลายนี้ทาครีมลงไปมากเกินความจำเป็น

เมื่อผิวของคุณไม่สามารถดูดซึมสารอาหารที่มากเกินไปจากผลิตภัณฑ์ได้ สารต่าง ๆ และน้ำมันจะสะสมอยู่ในหนังกำพร้าและเกิดเป็นเม็ดน้ำมันขึ้น

การเกิดสิวข้าวสารนั้นไม่ใช่เพียงแค่เพราะการดูแลผิวมากเกินไปเท่านั้น ความสกปรก หรือการละเลยความสะอาดของผิวพรรณคืออีกสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวข้าวสาร หลายคนอาจไม่ใช้คลีนซิ่งล้างเครื่องสำอางแต่ล้างด้วยโฟมไปเลย ทำให้เกิดสารตกค้างบนผิวหน้าและเมื่อสะสมเรื่อย ๆ ไขมันจะจับเป็นก้อนกลายเป็นสิวข้าวสาร

สาเหตุการเกิดสิวข้าวสารนั้น อาจแตกต่างกันไปตามชนิดของสิวข้าวสาร ดังนี้

  • สิวข้าวสารในเด็กแรกเกิด สิวชนิดนี้สามารถพบได้มากถึง 40-50 เปอร์เซ็นต์ของทารกแรกคลอด เชื่อว่าสาเหตุนั้นอาจเกิดจากต่อมไขมันของเด็กทารกยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ โดยมักพบสิวข้าวสารได้ทั้งใบหน้าและลำตัว เช่น ที่บริเวณจมูก ศีรษะ ใบหน้า ภายในปาก หรือช่วงบนของลำตัว ซึ่งอาจหายได้เองภายในไม่กี่สัปดาห์หลังคลอด
  • สิวข้าวสารปฐมภูมิในเด็กและผู้ใหญ่ เกิดการสะสมกันอยางหนาแน่นจากเส้นใยเคราตินที่ติดอยู่ใต้ผิวหนังจนเกิดเป็นสิว โดยจะเห็นได้มากบริเวณเปลือกตา หน้าผาก หรืออวัยวะเพศ และบริเวณรอยพับจมูกในเด็กเล็ก ซึ่งอาจหายได้เองภายในไม่กี่สัปดาห์ หรืออาจคงอยู่นานหลายเดือน อย่างไรก็ตามควรรักษาความสะอาดอย่างถูกสุขลักษณะ
  • สิวข้าวสารในวัยหนุ่มสาว อาจเกิดขึ้นจากอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ เช่น กลุ่มอาการการ์ดเนอร์ (Gardner Syndrome) มะเร็งผิวหนังบางชนิด หรือความผิดปกติทางพันธุกรรมอื่น ๆ ซึ่งจะปรากฏขึ้นเองตามธรรมชาติ
  • สิวข้าวสารชนิดแบนราบ เป็นสิวที่เจริญเติบโตมาจากการติดเชื้อบนผิวหนังจนกลายเป็นปื้นที่ผิวหนังมีขนาดกว้างหลายเซนติเมตร และสาเหตุอาจเกี่ยวข้องกับโรคผิวหนังบางชนิดแต่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุการเกิดได้อย่างแน่ชัด สิวชนิดนี้พบมากที่บริเวณหลังหู เปลือกตา แก้ม และกราม โดยอาจเกิดขึ้นได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยกลางคน
  • สิวข้าวสารชนิดบาดแผล เกิดขึ้นเมื่อได้รับบาดเจ็บทางผิวหนัง เช่น ผิวหนังอักเสบ เป็นผื่น ผื่นพุพอง เป็นแผลไฟไหม้รุนแรง หรือแผลถลอกจากการขัดถูเสียดสีซ้ำ ๆ ของผิวหนังบริเวณนั้น เป็นต้น และอาการแพ้เหล่านี้จะไปรบกวนรูขุมขนและต่อมไขมันจนทำให้เกิดสิวข้าวสารได้บ่อยกว่าปกติทั่วไป โดยส่วนมากแล้วเราจะพบสิวข้าวสารชนิดนี้บริเวณหลังมือหรือนิ้วมือ
  • สิวข้าวสารชนิดแตกได้ เป็นชนิดที่พบได้ยากมาก แต่ถ้าหากพบแล้วจะเกิดปริมาณมากเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน โดยสิวที่แตกแล้วจะเป็นแผลขนาดไม่ใหญ่มาก และอาจมีอาการคันร่วมด้วยหรือบางรายก็ไม่เกิดอาการคันใด ๆ  จะพบสิวลักษณะนี้บริเวณใบหน้า แขนช่วงบน หรือลำตัวช่วงบน
  • สิวข้าวสารที่เกิดจากยา การใช้ยาบางชนิดอาจดปฌนตัวกระตุ้นทำให้เกิดสิวข้าวสารได้ เช่น ยาไฮโดรควิโนน ยาฟลูออโรยูราซิล หรือครีมสเตียรอยด์ เป็นต้น

วิธีป้องกันสิวข้าวสาร

  1. รักษาความสะอาดผิว

การรักษาความสะอาดของผิวสามารถป้องกันสิวข้าวสารได้มากกว่า 50 % สำหรับขั้นตอนพื้นฐานในการทำความสะอาดผิวของคุณอย่างลงลึก ไม่ให้เหลือสิ่งตกค้างคือการล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง เป็นประจำทุกวัน ในตอนเช้าและตอนกลางคืน โดยให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีส่วนประกอบของบวบจะสามารถช่วยทำให้ผิวที่ตายแล้วอ่อนนุ่มลงและทำให้รูขุมขนกระชับ เรียบขึ้น

ควรทำอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับแก้ปัญหาต่าง ๆ ของผิวให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี สำหรับฤดูร้อนไม่ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื้นสูง เช่น น้ำนมทำความสะอาด (cleansing milk) ถ้าหากคุณมีผิวมัน ล้างหน้าตามปกติก็เพียงพอ คุณไม่จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนครั้งในการล้างหน้า เพราะจะทำให้ผิวแห้งเกินไป และในที่สุดก็จะมีการผลิตน้ำมันมากขึ้น

  1. หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ให้ความชุ่มชื้นสูง

ควรหลีกเลี่ยงสิ่งต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดการสะสมของแบคทีเรีย ไม่เพียงแค่ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ให้ความชุ่มชื้นสูงเท่านั้นที่ทำให้เกิด การใช้เครื่องสำอางที่มีซิลิโคนก็จะไปขัดขวางการหลั่งไขผิวหนังตามปกติ และกระตุ้นให้เกิดสิวข้าวสาร

แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสูตรน้ำ สูตรบางเบา ซึมง่าย และลดการใช้เครื่องสำอางหนัก ๆ ที่อาจจะทำให้เกิดจุดน้ำนม (milk spot) ในฤดูร้อน

  1. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง

การรับประทานน้ำเยอะเกินไปส่งผลให้เกิดสิวข้าวสารได้ โดยอาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น ช็อคโกแลต ข้าวขาว น้ำอัดลม ขนมอบ และอื่น ๆ จะไปเพิ่มโอกาสของการเกิดของสิว อาหารเหล่านี้ไปกระตุ้นร่างกาย ทำให้มีการหลั่งอินซูลินและฮอร์โมนเพศชายอย่างรวดเร็วในร่างกาย

นอกจากนี้การหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมัน ๆ สามารถป้องกันสิวข้าวสารได้อีกด้วย ลองหันมารับประทานอาหารเบา ๆ และดีต่อสุขภาพ เช่นการรับประทานผลไม้และผักมากขึ้นนอกจากจะลดการเกิดสิวแล้ว ยังช่วยในการขับสารพิษในร่างกายของคุณ

  1. ให้ความสำคัญกับสมดุลน้ำและน้ำมัน

ความสมดุลในน้ำมันและน้ำสามารถช่วยป้องกันเม็ดน้ำนม (milk spot) ได้ การมีผิวที่แห้งมากจะยิ่งเป็นตัวกระตุ้นการหลั่งน้ำมันมากขึ้นของร่างกายเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ทำให้ร่างกาย สร้างไขผิวหนัง สิ่งสกปรก การขับสารพิษที่สะสมในผิวหนัง และไม่สามารถขับออกมาได้ผ่านรูขุมขนได้หมด ส่งผลให้เกิดสิวและจุดดำ

  1. การขัดผิวเป็นประจำ

การขัดผิวจะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายและลดการสะสมของไขมันได้ การขัดผิวเป็นประจำทำให้รูขุมขนเปิดและป้องกันการเกิดขึ้นของสิวข้าวสารได้ดีอีกอย่างหนึ่ง

แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เช่น AHA/BHA กรดซาลิไซลิต/องค์ประกอบกรด ที่ช่วยในการขจัดขี้ไคลและสามารถซึมเข้าไปขจัดสิ่งสกปรกในรูขุมขนได้อีกด้วย แนะนำให้ขัดผิวสัปดาห์ละครั้ง

หากสิวข้าวสารมีการสะสมตัวมาก ๆ รักษายังไงก็ไม่หาย ใช้วิธีการสครับแล้วก็ไม่ได้ผล ไม่สามารถกำจัดออกเองได้ ควรพบแพทย์เพื่อทำการจี้ออกด้วยไฟฟ้าหรือเลเซอร์ได้เช่นกัน ซึ่งได้ผลปลอดภัยและหายขาดถาวร

อ่านบทความ ulthera