สิวอุดตัน การดูแล รักษาและป้องกัน  

ปัญหาสิวอุดตันเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอย่างรวดเร็ว จนทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากกว่าปกติส่งผลให้ผิวหนังระบายไม่ทัน อากาศ ความเครียด การแพ้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ หรือแม้แต่กรรมพันธุ์ ปัจจัยทั้งหลายนี้ล้วนก่อให้เกิดสิวอุดตันได้ทั้งสิ้น ดังนั้นวิธีการดูแล ป้องกัน และลดอัตราการเกิดของสิว จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการรักษาผิวหน้า ไม่ควรรอให้สิขึ้นทั่วใบหน้าและจึงรักษา หรือต้องไปกดออก การทำแบบนี้เสี่ยงต่อการเกิดรอยแผลเป็น และรอยดำ ทำให้ต้องมานั่งรักษารอยแผลเป็นจากสิวกันอีกรอบด้วย

ปัญหาสิว เป็นที่น่าหนักใจของใครหลาย ๆ คนอย่างแน่นอน โดยเฉพาะถ้าใบหน้ามีสิวอุดตัน ที่ผุดขึ้นมาแต่ละครั้งก็ทำให้ใบหน้าไม่เนียนแถมยังเสียความมั่นใจอีกด้วย การรักษาก็ไม่ง่ายเลย ต้องใช้เวลา วันนี้เราจึงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสิวอุดตัน ตั้งแต่ลักษณะของสิว สาเหตุของการเกิดสิว วิธีการป้องกันและรักษาสิวอุดตันอย่างได้ผล เพื่อให้สาว ๆ ได้รู้จักลักษณะของสิว และวิธีการรักษาอย่างถูกวิธี มาดูกันเลยว่าต้องทำอย่างไรบ้าง

สิวเกิดขึ้นได้อย่างไร

  • ผิวหนังปกติของคนเราจะมีต่อมใต้ผิวหนังผลิตซีบัม ซึ่งเป็นของเหลวที่มีน้ำมันและขี้ผึ้งปนกัน ส่งผ่านท่อเล็ก ๆ ขึ้นมาหล่อเลี้ยง ทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น มีน้ำมีนวล
  • ปัญหาสิวนั้นเกิดจากเมื่อท่อเล็ก ๆ ที่ใช้ส่งน้ำมันมาหล่อเลี้ยงผิวเหล่านี้ถูกอุดตันจากการที่ซีบัมผสมกับผนังท่อจนเกิดเป็นก้อนขนาดใหญ่ขึ้น และดันขึ้นมาบนผิวหน้าที่เราเห็นเป็นตุ่มเล็ก ๆ หรือสิวหัวขาว
  • เมื่อสิวชนิดนี้ผสมกับเม็ดสีผิวจะกลายเป็นสิวหัวดำ และหากใบหน้ามีจุลินทรีย์อยู่บริเวณเกิดสิวก็จะทำให้เกิดการอักเสบเป็นรอยบวมแดงหรือกลายเป็นหนองได้
  • นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของฮอร์โมนในวัยรุ่นทำให้คนวัยนี้เป็นสิวมากกว่าวัยอื่น เพราะฮอร์โมนไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น จึงผลิตไขมันได้มากขึ้น โอกาสที่ท่อจะอุดตันจึงเพิ่มขึ้นด้วย

การรักสิวจึงจำเป็นต้องจัดการที่ต้นเหตุก่อน นั่นคือลดการสร้างไขมัน เพื่อป้องกันการอุดตันของท่อน้ำส่งซีบัม ควบคู่กับล้างหน้าให้สะอาดอยู่เสมอเพื่อป้องกันเชื้อโรคและแบคทีเรียต่าง ๆ เพื่อป้องกันสิวอักเสบลุกลาม

สาเหตุการเกิดสิวอุดตัน

  • ลักษณะโดยทั่วไปของสิวอุดตันจะเป็นเม็ด ตุ่ม หรือขึ้นเป็นผื่น สิวเหล่านี้เกิดจากการอุดตันของต่อมไขมัน จึงมีลักษณะแตกต่างกันไปตามแต่ละประเภทของสิว เช่น สิวผดที่มีลักษณะเป็นผดเล็ก ๆ ไม่มีหัว ส่วนใหญ่ขึ้นบริเวณหน้าผาก ไรผม จมูก และแก้ม
  • หากอยู่ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนหรือมีเหงื่อออกมาก และเช็ดถูผิวหน้าแรง ๆ จะทำให้มีสิ่งสกปรกหรือแบคทีเรียทับถมเพิ่ม เกิดสิวอุดตันแบบเม็ดผดขึ้นได้ง่าย

นอกจากสิวผดแล้วก็ยังมีสิวหัวเปิดหรือสิวหัวดำ สิวหัวปิดหรือสิวหัวขาว และสิวที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งสิวแต่ละชนิดล้วนมีลักษณะบนใบหน้าที่เด่นชัดแตกต่างกันไปและสาเหตุการเกิด และวิธีการรักษาแตกต่างกันไป

ชนิดและลักษณะของสิวอุดตัน

สิวอุดตันแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด ซึ่งแต่ละชนิดนั้นจะแตกต่างกันออกไปดังนี้

  1. สิวอุดตันหัวเปิด

สิวอุดตันหัวเปิด (Open Comedone) สิวอุดตันชนิดนี้มีหัวสีดำ หรือที่ได้ยินบ่อย ๆ ว่า สิวหัวดำ (Black head) นั่นเอง เรามารถบีบหรือกดสิวอุดตันชนิดนี้ให้ออกมาจากใต้ผิวหนังได้ และควรทำอย่างถูกวิธี เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้เกิดการอักเสบและเกิดสิวลุกลามตามมาได้

  • สิวอุดตันหัวเปิดมีลักษณะเป็นตุ่มนูนขึ้นมาพ้นผิวเพียงเล็กน้อย มีขนากเล็กเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 0.1-3 มิลลิเมตร ตรงกลางของหัวสิวจะมีจุดสีดำอยู่ โดยจุดสีดำนั้นคือกลุ่มของเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และมีไขมันและเชื้อแบคทีเรีย (Propionibacterium acne) อุดอยู่ในท่อเปิดของต่อมไขมัน
  1. สิวอุดตันหัวปิด

สิวอุดตันหัวปิด (Closed comedone) เป็นสิวอุดตันที่มีลักษณะเป็นสิวหัวขาว (White head) สิวอุดตันชนิดนี้ไม่สามารถบีบออกมาได้เนื่องจากไม่มีหัวให้บีบ

  • การพยายามบีบหรือกดสิวอุดตันหัวปิดจะเป็นการกดหรือบีบไขมันที่ไม่สามมารถออกจากผิวได้ ส่งผลให้ไขมันเหล่านี้เกิดการทะลักกลับไปในผิวอีกครั้ง ทำให้เนื้อเยื่อเกิดความเสียหายและอักเสบขึ้นมากกว่าเดิม
  • สิวอุดตันชนิดนี้มีลักษณะเป็นตุ่มนูนเพียงเล็กน้อย มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางอยู่ประมาณ 0.1-3 มิลลิเมตรเท่านั้น และสีของสิวจะขึ้นอยู่กับผิวหนังปกติของแต่ละคน
  • สิวอุดตันหัวปิดเกิดจากการอุดตันสะสมเป็นเวลานานภายในท่อปิดของต่อมไขมันและรูขุมขน เมื่อท่อเปิดออกจะมีรูปร่างที่เล็กมากอาจจะมองเห็นได้ยาก

ขนาดของสิวอุดตันหัวปิดขึ้นอยู่กับความอักเสบของผิวบริเวณนั้น โดยสิวอุดตันชนิดนี้จะอยู่ได้นานหลายเดือน แต่ประมาณ 75% ของสิวชนิดนี้จะกลายไปเป็นสิวอักเสบในที่สุด

  1. สิวอุดตันที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
  • สิวอุดตันที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า (Microcomedone) เป็นสิวอุดตันที่เกิดขึ้นจากฮอร์โมนตามธรรมชาติ ในช่วงที่เริ่มเข้าสู่วัยรุ่นนั้นร่างกายจะสร้างฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า แอนโดรเจน (Androgen) ซึ่งต่อมไขมันจะทำปฏิกริยาต่อฮอร์โมนตัวนี้ และทำให้เกิดการหลั่งไขมันออกมาเพิ่มมากขึ้น
  • นอกจากนี้ สารแอนโดรเจนนี้ยังไปกระตุ้นให้มีการสร้างเซลล์ชั้นขี้ไคลของรูขุมขน ซึ่งจะทำให้เกิดสิวอุดตันที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า

สิวชนิดนี้อาจจะหายได้เอง หรือไม่ก็กลายไปเป็นสิวลักษณะอื่น ๆ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยกระตุ้นต่าง ๆ เช่น หากเกิดการสะสมของไขมันและขี้ไคลมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะทำให้เสิวชนิดนี้กลายเป็นสิวอุดตันหัวเปิดหรือสิวอุดตันหัวปิด แต่หากเจอกับแบคทีเรียก็จะกลายเป็นสิวอักเสบขึ้นมา

วิธีการลดสิวอุดตัน

รักษาความสะอาดของผิวหน้ การรักษาความสะอาดเป็นพื้นฐานของการรักษาและป้องกันสิว เพราะสิวอุดตันเกิดจากสิ่งสกปรกที่ฝังอยู่ในรูขุมขนใต้ผิวหนัง จนทำให้ไขมันใต้ผิวระบายออกมาไม่ได้ ก่อให้เกิดสิวอุดตันขึ้น ดังนั้น การป้องกันและลดสิวอุดตันที่ดีและง่ายที่สุดคือการทำให้ผิวสะอาดที่สุด โดยเฉพาะการล้างหน้าให้ถูกวิธี เริ่มจากการใช้คลีนซิ่งเช็ดคราบต่าง ๆ แล้วจึงตามด้วยโฟมล้างหน้า

 เลือกใช้เครื่องสำอางและสกินแคร์ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม สารเหล่านี้อาจเป็นตัวกระตุ้นให้ผิวเกิดการแพ้ และเกิดเป็นสิวอุดตันขึ้นได้

 เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิว หากหน้ามันมากให้ใช้โทนเนอร์หลังล้างหน้าควบคู่ด้วย เพื่อทำความสะอาดรูขุมขนให้สะอาดอีกครั้ง การรับประทานยาในกลุ่มเรตินอยด์ (Retionoids) หรือยาคุมกำเนิดในกลุ่ม Dian-35 เพื่อลดความมันของใบหน้า สามารถป้องกันปัญหาสิวอุดตัน นอกจากนี้ยังให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นแบบ oil free เพื่อลดโอกาสการเกิดน้ำมันบนใบหน้า

พักผ่อนให้เพียงพอและหลีกเลี่ยงความเครียด เมื่อเกิดความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ จะทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง ส่งผลให้เชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว เป็นสาเหตุให้เกิดสิวง่ายขึ้นนั่นเอง

ควรควบคุมการทานอาหาร ควรหลีกเลี่ยงของมัน ของทอด อาหารรสชาติจัดจ้าน อาหารเหล่านี้จะยิ่งทำให้ร่างกายผลิตน้ำมันออกมามากยิ่งขึ้น จึงเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดสิวอุดตันได้ง่าย หากเลี่ยงได้จึงควรเลี่ยงหรือทานในปริมาณที่พอดี

 ไม่กดหรือบีบสิวเอง เป็นเรื่องจริงที่ว่าการรักษาสิวอุดตันที่ดีที่สุดคือการกดหัวสิวออก อย่างไรก็ตามเราไม่ควรกดเองเนื่องจากอาจกดไม่ถูกวิธี หรือเองไม่ออก หรือกดออกไม่หมด จะทำให้หัวสิวคั่งค้างอยู่ในรูขุมขน และกลายเป็นสิวอักเสบในที่สุด ดังนั้นควรเข้าคลินิกเพื่อรักษากับผู้เชี่ยวชาญจะดีที่สุด