หน้าเป็นสิว ขั้นตอนการดูแลรักษา

สิว

คนที่มีผิวมัน มักมีปัญหาสิวเกิดขึ้นได้ง่าย เนื่องจากผิวเกิดการอุดตันกลายเป็นสิวอุดตันชนิดหัวเปิดและชนิดหัวปิด  (สิวหัวดำและสิวหัวขาว) โดยส่วนใหญ่พบได้ในบริเวณใบหน้าและลำคอ, ไหล่, หน้าอกและบริเวนแผ่นหลัง  สำหรับสิวที่รุนแรงปานกลางจนไปถึงขั้นรุนแรงมากนั้น สิวจะเริ่มมีอาการบวมแดง อักเสบและกลายเป็นหัวหนองต่อไป  หากบนใบหน้าใส ๆ มีสิวมารบกวนใจแล้วล่ะก็ อาจก่อให้เกิดอาการวิตกกังวล ก่อความรำคาญ และยังนำไปสู่การเกิดรอยดำ รอยแดงสิวหลังการอักเสบ (post-inflammatory hyperpigmentation;PIH) หรือรอยแผลเป็นในระยะยาวได้อีกด้วย

การเกิดรอยดำ รอยแดงสิวหลังการอักเสบ (post-inflammatory hyperpigmentation;PIH) คือการที่ผิวหนังบริเวณนั้นเปลี่ยนสีไป เพราะเป็นผลมาจากการเกิดการอักเสบของผิวหนัง เช่น การเกิดสิว , โรคผิวหนังอักเสบ เป็นต้น โดยเฉพาะคนที่มีสีผิวคล้ำจะเกิดรอยให้เห็นได้ง่าย โดย รอยดำ รอยแดงสิวหลังการอักเสบนี้ จะค่อยๆจางลงได้เมื่อเวลาผ่านไปหลังจากสิวยุบ แต่การรักษาทางการแพทย์ในปัจจุบันก็มีวิธีรักษาสิวที่สามารถช่วยให้สิวหายได้เร็วยิ่งขึ้น ซึ่งสิวแต่ละประเภทนั้นก็มีวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน รวมถึงสภาพผิวหนังของแต่ละคนอีกด้วย

สาเหตุ 4 ประการของการเกิดปัญหาสิว

  1. Seborrhea

ลักษณะนี้คือการที่ผิวผลิตน้ำมันมากเกินไป  โดยปกติแล้วต่อมไขมันจะผลิตน้ำมันเพื่อการหล่อลื่นผิวหนัง จะพบการผลิตมากเกินไปในกลุ่มคนที่มีผิวมัน นอกจากนี้มีหลายปัจจัยที่สามารถกระตุ้นการผลิตน้ำมันของต่อมไขมันได้ เช่น ฮอร์โมน สภาพอากาศ ยาบางชนิด พันธุกรรม เป็นต้น การผลิตน้ำมันของต่อมไขมันผลิตผิดปกติ อาจกระตุ้นให้เกิดโรคผื่นผิวหนังอักเสบ (Seborrheic Dermatitis) ได้ คือ ผิวหนังมีการอักเสบ ลอกเป็นขุย หรือแผ่น สีขาว/เหลือง บริเวณที่ผิวมัน เช่น ผิวบริเวณข้างในหู หรือ บริเวณหนังศีรษะเป็นต้น

  1. Hyperkeratosis

คือ กานเกิดการหนาตัวขึ้นผิดปกติของที่ผิวหนังชั้นนอกสุด (Stratum corneum)  เนื่องจากเกิดการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วอย่างผิดปกติ โดยเซลล์ที่ตายแล้วจะถูกผลัดออกไปไม่หมดทำให้เกิดการอุดตันของท่อต่อมไขมัน และส่งผลรบกวนการไหลของน้ำมันออกมานอกผิวหนัง เมื่อต่อมไขมัน สร้างน้ำมันออกมาในปริมาณมากเกินไป ในขณะที่ผิวหนังชั้นนอกสุด(Stratum corneum) เกิดการหนาตัวขึ้นผิดปกติ เป็นสาเหตุให้เกิดการอุดตันขึ้นในรูขุมขน ซึ่งจะทำให้เกิดสิวอุดตันหัวปิด (สิวหัวขาว) หรือ ถ้ามีการอุดตันใกล้กับปากรูขุมขน ก็จะเกิดสิวหัวเปิด (สิวหัวดำ) ขึ้นมา

  1. Microbial colonization

อีกสาเหตุสำคัญคือ แบคทีเรีย การที่แบคทีเรียที่เจริญเติบโตอยู่บริเวณใกล้รูขุมขน (propionibacteria) ทำให้เกิดสิวอุดตัน เกิดการอักเสบ มีอาการบวมแดง หรือเป็นหัวหนองขึ้นมา

  1. Inflammation

คือกระบวนการอักเสบของร่างกาย ทำให้เกิดสิวบวมและอักเสบขึ้น อาจมีสีแดงขึ้นร่วมด้วย ในกรณีที่เป็น Severe acne การอักเสบจะขยายและลึกลงไปในบริเวณใกล้เคียงกับการเกิดสิวมากขึ้น กรือเป็นลักษณะสิวในวงกว้างหรือเม็ดใหญ่นั่นเอง

สาเหตุและปัจจัยกระตุ้นที่ก่อให้เกิดสิว

  • Hormones

ในเด็กวัยรุ่นหรือใกล้จะเข้าสู่วัยรุ่นจะมีฮอร์โมนในการเกิดสิวมากกว่าในวัยอื่น ๆ (แม้ว่าคนทุกเพศทุกวัยจะมีปัญหาสิว) การเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนแอนโดรเจนในทั้งเด็กชายและเด็กหญิงในช่วงวัยรุ่น ทำให้ต่อมไขมันที่ผิวหนังผลิตน้ำมันออกมามากขึ้นกว่าความต้องการของผิว นอกจากนี้ ปริมาณฮอร์โมนในระบบไหลเวียนเลือด ยังเป็นอีกปัจจัยให้ต่อมไขมันที่ผิวหนัง เกิดสิวได้ง่ายขึ้นอีกด้วย ส่วนใหญ่แล้วสิวจะหายได้เองหรือเกิดขึ้นน้อยลงหลังจากผ่านช่วงวัยรุ่นไปแล้ว อย่างไรก็ตามการมีวิธีรักษาสิวที่มีประสิทธิภาพเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยแผลสิว เป็นหลุมลึก ฝังอยู่บนใบหน้านั่นเอง ต่อมไขมันมักไวต่อการกระตุ้นโดยฮอร์โมน ดังนั้นสิวในวัยผู้ใหญ่ที่เกิดขึ้นในผู้หญิงมักมีส่วนเกี่ยวกับฮอร์โมน เช่น โรคถุงน้ำในรังไข่ (polycystic ovary syndrome) เป็นต้น นอกจากอีกนี้สาเหตุหลักในการเกิดสิวในวัยผู้ใหญ่ก็มาจากความเครียดได้ด้วย

  • Bacteria

การที่ต่อมไขมันสร้างน้ำมันออกมามากเกินจะทำให้มีแนวโน้มเป็นสิวง่าย เพราะเกิดการมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมให้แบคทีเรีย (P.acne) เจริญเติบโตได้ดี แบคทีเรียจะเป็นปัจจัยกระตุ้นสิวให้เกิดการอักเสบ บวมแดง และเป็นหัวหนอง บางคนเชื่อว่าสิวเกิดจากการไม่รักษาความสะอาด ไม่ทำความสะอาดผิวหน้าให้ถูกต้อง หรือไม่ได้ใช้โฟมหรือครีมแพง ๆ นั้น ไม่ใช่เรื่องจริง ในทางตรงกันข้าม การทำความสะอาดผิวบ่อยครั้งเกินไป หรือ ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีฤทธิ์รุนแรง จะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ผิวเกิดการระคายเคือง และเกิดสิวได้มากกว่า ดังนั้นเราจึงควรทำความเข้าใจวิธีรักษาสิว โดยถูกวิธี และควรรู้จักสภาพผิวของตัวเองก่อน จะช่วยลดการเกิดสิวได้

  • Gene

กรรมพันธุ์ก็มีผลต่อการเกิดสิวด้วยเช่นกัน ถ้าพ่อแม่ในช่วงวัยรุ่นนั้นมีประวิติการเป็นสิว ลูกในวัยรุ่นก็มีโอกาสที่จะปัญหาด้วยเช่นกัน

ปัจจัยอื่น ๆ ที่กระตุ้นให้เกิดสิว

ปัจจัยบางอย่างไม่ใช่สาเหตุโดยตรงแต่สามารถเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดสิว หรือกระตุ้นให้สิวอักเสบขึ้นได้

  • อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง เช่น น้ำตาลและแป้ง
  • การบริโภคนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวมากเกินไป (ยกเว้นชีส)
  • การสูบบุหรี่
  • เครื่องสำอางที่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขนได้
  • ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีน้ำมันมาก สามารถก่อให้เกิดการอุดตัน
  • วิธีรักษาสิว ที่ไม่ถูกวิธี หรือไม่เหมาะกับสภาพผิว

วิธีรักษาสิว

หากพบว่ามีสิวขึ้นเป็นจำนวนมาก ควรเริ่มจากการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์ผิวหนังตั้งแต่ระยะแรกที่เริ่มเป็นสิว เพราะจะได้รับคำแนะนำเรื่องวิธีรักษาสิวที่ถูกวิธีและเหมาะสมกับสภาพผิวของเรา จะทำให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพ และสามารถป้องกันการเกิดสิวอักเสบรุนแรง หรือลามไปทั่วหน้าได้

ข้อพึงปฏิบัติสำหรับคนเป็นสิว:

  • ควรใช้น้ำอุ่น (ไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป เพราะจะทำให้สิวรุนแรงขึ้น) และผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เหมาะสม หรือจะเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับคนเป็นสิวโดยตรงก็ดี
  • ที่สำคัญไม่ควรบีบสิว หรือแกะสิว เองควรปล่อยให้สิวยุบหรือหายเองตามธรรมชาติ จะได้ไม่เกิดรอยดำ
  • เลือกใช้ครีมบำรุงผิวและเครื่องสำอางที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขน
  • ล้างเครื่องสำอางอย่างสะอาดไม่ทิ้งคราบบนใบหน้า
  • หาวิธีรักษาสิว ที่เหมาะสมกับสภาพผิวหนัง และประเภทสิว

การรักษาด้วยยา

ก่อนเริ่มการรักษาด้วยการใช้ยา ต้องพิจารณาถึงอาการของสิว และสาเหตุการเกิดสิวก่อนเป็นสำคัญ การรักษาสิวระดับความรุนแรงน้อยถึงปานกลาง

การใช้ยาจะช่วยรักษาและลดอาการ หรือ ลดสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง ดังนี้

  • ลดปริมาณการสร้างน้ำมันส่วนเกิน
  • เพิ่มการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว เพื่อลดการเกิดการอุดตันในรูขุมขน
  • ลดแบคทีเรีย สาเหตุหลักของการเกิดสิว
  • ลดการอักเสบของสิว ซึ่งมีผลทำให้ลดการเกิดรอยสิว สิวบวมแดง สิวหัวหนอง

ยารักษาสิวที่มีประสิทธิภาพในการรักษา มีดังนี้:

  • Topical retinoids เช่น Tretinoin และ Adapalene จะออกช่วยในการ ผลัดเซลล์ผิว ลดการอุดตัน หรือลดการอักเสบด้วย ใช้สำหรับรักษา สิวอุดตันและสิวอักเสบ
  • Benzoyl Peroxide มีฤทธิ์ช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน และช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
  • Topical Antibiotic มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนัง ควรใช้ควบคู่กับยา Benzoyl Peroxide เพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรียดื้อยา
  • Azelaic acid เป็นยารักษาสิวอีกชนิดหนึ่งที่ใช้ผลัดเซลล์ผิว และมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย แพทย์มักจ่ายยานี้เมื่อคนไข้เกิดอาการข้างเคียงจากยารักษาสิว Benzoyl Peroxide หรือ Topical retinoids

การรักษาสิว ไม่ว่าจะใช้ยารักษาสิวหรือไม่ใช้ยา การใช้เวลาในการรักษานั้นเป็นสิ่งสำคัญ ตามปกติแล้วการรักษาจะใช้เวลา 4-8 สัปดาห์ หรืออาจยาวนานถึง 3 เดือน และระหว่างการรักษาในช่วงแรกและบางรายอาการของสิวอาจดูแย่ลงมากก่อนที่จะดีขึ้น อย่าพึ่งตกใจ  คนไข้บางรายอาจท้อใจ และคิดจะยกเลิกการรักษา ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่จะต้องรู้ไว้คือ ต้องอดทนและรักษาต่อไปแม้ว่าอาการจะไม่ได้ดีขึ้นในทันทีก็ตาม