เทคนิคแต่งหน้าให้ดูเด็ก ย้อนผิวสู่วัยใสอีกครั้ง

ช่วงนี้เวลาผ่านไปเร็วมาก ๆ ทำให้สาว ๆ บางคนอาจจะรู้สึก เอ๊ะ! นี่เราแก่เร็วจังเลย แปป ๆ ก็จะ 30 แล้ว ในช่วงอายุที่มากขึ้นผิวหน้าก็จะร่วงโรยไปตามวัย เราจึงจัดหาเทคนิคดี ๆ ในการแต่งหน้าลดอายุมาฝาก รับรอง ใสกิ๊ง เหมือนเด็ก 14 อีกครั้งแน่นอน นอกจากเราจะใช้เมคอัพช่วยลดอายุแล้วนั้น เราต้องหมั่นดูแลร่างกายจากภายในด้วยนะคะ ทั้งในเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ การกินผักและผลไม้ช่วยเพิ่มวิตามินเข้าผิวด้วย

ทริคการแต่งหน้าย้อนวัย

การแต่งหน้าให้ดูเด็กลงนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเสียทีเดียวแต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป เพราะการแต่งหน้าให้ออกมาดูอ่อนวัยนั้น มีรายละเอียดหลายอย่างที่จะต้องใส่ใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องการบำรุงผิว การเติมอาหารให้กับผิวหน้า ที่ควรจะดูแลกันมาตั้งแต่แรก ดูแลกันอย่างจริงจัง ใช้ครีมบำรุงอยู่เป็นประจำและก่อนลงเมคอัพ นอกจากนั้นก่อนออกจากบ้านควรทาครีมกันแดดอยู่เป็นประจำ ครีมกันแดดจะช่วยปกป้องผิวจากการเกิดฝ้ากระ จุดด่างดำ และริ้วรอยต่าง ๆ ที่จะตามมาก่อนวัยอันควร เมื่อสาว ๆ ใส่ใจในการดูแลผิวแล้ว คราวนี้เรื่องการแต่งหน้าให้ดูเด็กก็ไม่ใช่เรื่องยาก การแต่งหน้าให้ดูอ่อนเยาว์นั้นจะเน้นเรื่องการโชว์ผิว ลงรองพื้นบาง ส่วนใช้สีอ่อน ๆ ทาเปลือกตา ไม่ต้องแต่งเยอะและเน้นสีสว่าง เพราะถ้าแต่งเยอะเราจะหลุดคอนเซปนี้ทันทีค่ะ ควรใช้สีหวาน ๆ ไบร์ท ๆ กับริมฝีปากนั้น อย่างเช่น โทนชมพู โทนพีช โทนแดงธรรมชาติ ฯลฯ เพื่อให้ริมฝีปากของเราดูสดใส และไม่ลืมี่จะกลอสเพื่อให้ริมฝีปากมันวาวอวบอิ่ม น่าจุ๊บ

แต่งอย่างไรจึงจะดูเด็ก

หลังจากที่เราทราบเทคนิคเบื้องต้นคือการที่จะไม่ลืมบำรุงผิวแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาที่จะทราบวิธีการแต่งหน้ากันแบบละเอียดทีละขั้นตอนกันแล้วค่ะ เราก็ต้องเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนจะลงมือเมคอัพ โดยลุคสาววันใสนี้เครื่องสำอางที่ต้องมีก็คือ รองพื้นแบบคุชชั่นเพื่อที่เน้นโชว์ผิว หรือถ้าใครไม่มีคุชชั่นก็สามารถใช้รองพื้นได้ค่ะ เพียงแต่ทาบาง ๆ ไม่ต้องลงหนา ใช้สีหวาน ๆ สดใส ๆ เข้าไว้ สำหรับลิปสติก ควรพักโทนน้ำตาล โทนแดงเข้มต่าง ๆ  และลิปสติกที่แนะนำคือลิปสติกประเภทลิปบาล์ม ลิปกลอส เพื่อแต่งแต้มริมฝีปากให้ชุ่มชื่นนั่นเอง หลังจากเตรียมเครื่องสำอางที่ต้องมีพร้อมแล้ว มาเริ่มขั้นตอนการแต่งหน้ากันเลย

วิธีแต่งหน้าแบบธรรมชาติ ช่วยลดอายุและยังเผยผิวใส

1.อย่าฝืนธรรมชาติ หากว่าคุณต้องการที่จะแต่งหน้าในลุคนี้การไม่ฝืนธรรมชาตินี่คือสิ่งสำคัญที่สุด คุณควรศึกษาตัวว่าจริง ๆ แล้วเป็นผู้หญิงสีผิวโทนไหน เช่นคุณเป็นผู้หญิงที่มีผิวสีน้ำผึ้ง แต่พยายามชอบแต่งโทนสาวผิวขาว แล้วไปเลือกเมคอัพที่เหมาะกับคนผิวขาวเพราะคิดว่าเข้ากับตัวเองได้ จะทำให้ความธรรมชาติในการแต่งหน้าหายไปด้วย ดังนั้นควรเลือกเลือกเมคอัพที่เหมาะกับผิวของเราจะดีที่สุด จะทำให้เราแต่งหน้าแบบธรรมชาติออกมาได้เนียนกริบที่สุด

  • เลือกรองพื้น สามารถทดลองโดยการป้ายเนื้อครีมลงบนผิวบริเวณกราม เลือกเฉดที่สว่างกว่าผิวสัก 1เบอร์ได้ ถ้าหากต้องการให้หน้าดูสว่าง แต่ไม่ควรเลือกสว่างเกิน1เบอร์เพราะเดี๋ยวหน้าลอยและหน้าขาวกว่าคอได้ ถ้าสาวๆเลือกรองพื้นที่มีเฉดพอดีกับสีผิวจะสามารถเพิ่มระดับการปกปิดด้วยการทารองพื้นเพิ่มทีละชั้นได้โดยที่ยังดูเป็นธรรมชาติ ไม่โบ๊ะ เพราะว่ามันมีสีเดียวกับผิวของคุณยังไงล่ะ ทั้งนี้ไม่แนะนำให้เลือกรองพื้นเนื้อแมทมาใช้ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่มีผิวแห้งหรือผิวมัน เพราะจะให้ลุคที่ไม่เป็นธรรมชาติ และยังทำให้สุขภาพผิวของคุณดูแย่ลงอีกด้วย โดยสาวที่ผิวมันอาจจะหารองพื้นที่เป็นสูตร Oil-Free และสาวผิวแห้งแนะนำให้เลือกรองพื้นชนิดน้ำ
  • การเลือกเบอร์แป้ง  ใช้วิธีเดียวกันกับการเลือกรองพื้นได้เลยค่ะ การใช้แปรงสำหรับลงแป้งจะช่วยให้ความเป็นธรรมชาติและบางเบามากกว่าการที่จะใช้พัฟปาดลงไปบนหน้า คุณสามารถใช้พัฟที่มีแป้งเก่าติดอยู่กดซับความมันบนใบหน้าระหว่างวันได้ โดยใช้วิธีกดลงบนผิว เพราะถ้าปาดลงไปอาจเกิดคราบบนใบหน้าได้
  • ทรงคิ้ว  ก็สำคัญมากอย่างหนึ่ง เช่นถ้าหากคุณเป็นสาวไทยแท้หรืออกทางหมวย แต่เขียนคิ้วแบบโก่งสุด ๆ นั่นก็ทำให้ความธรรมชาติหายไปได้ อย่าลืมว่าคิ้วคือมงกุฎของหน้าจริง ควรเขียนให้พอดีและเข้ากับรูปหน้าของคุณเป็นดีที่สุด นอกจากจะช่วยเสริมให้ใบหน้าของคุณดูดีขึ้น ยังให้ความเป็นธรรมชาติด้วย

2.เลือกสีเมคอัพตามเฉดสีผิว การแต่งหน้าลุคธรรมชาติเผยผิวจะดีที่สุดหากคุณลงตา แก้ม ปาก คิ้ว ได้อย่างครบครัน โดยที่ไม่ดูเว่อ และแต่งให้ดูเหมือนกับว่าสีสันบนใบหน้าที่คุณแต่งเติมลงไปมันเป็นธรรมชาติที่เกิดมาจากผิวของคุณเอง สำหรับ ”บลัชออน” แนะนำให้ใช้ชนิดครีม หรือคุณอาจนำลิปสติกที่คุณมีมาใช้แทนก็ได้ เพราะลิปสติกที่เป็นเนื้อครีมจะช่วยให้ความเป็นธรรมชาติมากกว่าแบบฝุ่น และยังจะช่วยให้ติดทนนาน

  • ผิวขาว คุณเหมาะที่จะใช้บลัชออนสีส้มหรือโทนสีชมพู และสามารถใช้ตั้งแต่ชมพูอ่อนไปจนชมพูสว่างเลย เพราะนี่คือโทนสีที่จะช่วยให้ใบหน้าของคุณดูมีเลือดฝาดมากขึ้น และเหมาะกับคุณที่สุด
  • ผิวสีน้ำผึ้ง คุณเหมาะที่จะใช้บลัชออนสีชมพูกลีบกุหลาบ จะช่วยให้ผิวของคุณดูเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวลขึ้น
  • ผิวแทน คุณเหมาะที่จะใช้บลัชออนสีส้มอิฐ หรือสีแดงก่ำ ซึ่งสีเหล่านี้ช่วยเพิ่มมิติ ทำให้ผิวของคุณดูมีสุขภาพดีมากขึ้นด้วย

3.ลิปสติก แนะนำให้ใช้โทนเดียวกันกับบลัชออนหรือใกล้เคียงที่สุด โดยมีเกณฑ์การเลือกสีเหมือนกัน ใช้วิธีการทาสีโดยทาลงบนนิ้วมือก่อน ใช้นิ้วแตะ ๆ ลงบนริมฝีปากอีกที เพื่อให้ริมฝีปากของคุณระเรื่อดูเป็นธรรมชาติ

4.คิ้ว ในลุคนี้สาวๆควรใช้ที่เขียนคิ้วชนิดฝุ่น เพื่อให้คิ้วฟุ้ง ๆ เหมือนกับไม่ได้เขียน และเลือกที่เขียนคิ้วที่มีเฉดสีใกล้เคียงกับสีผมที่สุด

5.อายแชโดว์ เลือกสีตามเฉดผิวของสาวๆเลย สำหรับสีที่ทาแล้วธรรมชาติที่สุด ได้แก่สีชมพู (สำหรับผิวขาว) สีส้มอิฐ (สำหรับผิวสองสี) และสีน้ำตาล (สำหรับคนผิวแทน) โดย

6.อายไลเนอร์ สีดำเท่านั้นที่ควรจะใช้ โดยแนะนำให้เขียนชิดเปลือกตาที่สุด เพื่อความเป็นธรรมชาติและเพิ่มความเด่นให้กับดวงตา

7.ขนตา การแต่งลุคนี้สามารถดัดและปัดมาสคาร่าได้ โดยปัดเบาๆ เพื่อล็อกขนตาให้งอนอยู่ทรง และอาจจะเลือกเป็นมาสคาร่าสีดำหรือสีใสก็ได้

8.เฉดดิ้ง ควรเลือกสีเข้มกว่าผิวเล็กน้อย ไม่ควรใช้เฉดดิ้งเกิน 2เฉด วิธีการปัดคือ ปัดฟุ้ง ๆ อย่างเบามือ เพื่อให้หน้าดูมีมิติแต่ยังดูธรรมชาติ

9.ไฮไลท์ สาวที่มีผิวแห้งแนะนำให้ใช้ไฮไลท์สีใสที่มีลักษณะเป็นเนื้อเจล จะช่วยเพิ่มความฉ่ำน้ำแก่ผิว ส่วนคนผิวมันสามารถเลือกใช้แบบฝุ่นได้ และควรเป็นชนิดที่เนื้อละเอียดมากๆ ประเภทกากเพชรเป็นเม็ดๆ ไม่เหมาะกับลุคนี้ และแนะนำให้ปัดลงไปเบา ๆ เท่านั้น เพราะระหว่างวันผิวหน้าจะผลิตน้ำมันตามธรรมชาติออกมาอยู่แล้ว

สำหรับสาว ๆที่ อยากมีหน้าอ่อนกว่าวัย หรืออยากแต่งหน้าให้ดูเด็กลงลองนำเทคนิคเล็กที่เรานำมาเสนอไปปรับใช้กันได้ และอย่าลืมว่าการกินอาหารมีประโยชน์ จำพวกผลไม้เพิ่มวิตามิน และออกกำลังกายเป็นประจำ จะช่วยให้สาว ๆ  มีผิวใสสวยแบบดูดีมีสุขภาพ แบบที่เรียกกันว่าสวยจากภายในสู่ภายนอกอย่างแท้จริง