แก้ปากดำยังไงให้กลายเป็นปากชมพูน่ารักสดใส

อาการริมฝีปากดำคล้ำนั้น อาจทำให้สาวๆ หลายคนคงเสียความมั่นใจกันไปเลย เพราะว่าจะทาลิปสติกสีไหนก็ดูไม่ค่อยสวยเหมือนคนอื่นเขา แถมยังสีเฟดอีกต่างหาก แต่ใช่ว่าเราจะแก้ไขไม่ได้เลย เราจึงมีสาเหตุต่าง ๆ ก็ให้เกิดปากดำคล้ำและวิธีกู้ปากดำคล้ำให้กลับมาสวยอมชมพูได้อีกครั้ง ด้วยของใช้ใกล้ตัว บอกเลยว่าไม่ยากเลย สาว ๆ ทำตามได้อย่างแน่นอน

ปากดำ

สาว ๆ จำนวนไม่น้อยเลยหรือแทบจะทุกคนก็เกิดปัญหาริมฝีปากดำคล้ำได้ มีทั้งที่เป็นมาตั้งแต่เกิดและที่เพิ่งเป็นในภายหลังเนื่องจากโดนปัจจัยกระตุ้น อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยอาจจะเกิดจากสาเหตุเดียวหรือหลายสาเหตุร่วมกันก็ได้ หากสาว ๆ แก้ปัญหาไม่ตรงจุด ริมฝีปากก็จะยิ่งดำคล้ำลงไปมากกว่าเดิมหรือรักษาเท่าไรก็ไม่ดีขึ้น จนเป็นปัญหาต่อความงามของใบหน้าและทำให้สูญเสียความมั่นใจในตัวเอง จึงทำให้เจ้าตัวต้องมองหาวิธีแก้ไขให้กลับมาสวยอีกครั้ง

สาเหตุของริมฝีปากดำคล้ำ

  •  กรรมพันธุ์ สีของริมฝีปากอาจเกิดขึ้นได้ตามกรรมพันธุ์โดยทั่วไปแล้วริมฝีปากจะมีตั้งแต่สีชมพู สีแดง ไปจนถึงสีคล้ำ เป็นลักษณะเฉพาะบุคคลที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม มาจากพ่อแม่หรือบรรพบุรุษ เช่น คนผิวคล้ำมักจะมีริมฝีปากเข้มกว่าคนผิวขาว
  • วัยที่มากขึ้น ริมฝีปากอาจเริ่มคล้ำมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับสีผิวของร่างกาย ซึ่งผ่านอาหาร เครื่องดื่ม ยาสีฟัน ลิปสติก แสงแดด และอื่น ๆ อีกมากมายที่ทำให้ปากดำคล้ำได้ นอกจากนั้นพฤติกรรมบางอย่างก็ก่อให้เกิดริมฝีปากดำคล้ำได้ เช่น การเลียริมฝีปากบ่อย ๆ สูบบุหรี่จัด เป็นต้น
  • แสงแดด สาเหตุหลักของริมฝีปากคล้ำอาจเกิดมาจากแสงแดดที่ทำให้ปากดำคล้ำขึ้นคล้าย ๆ กับผิวหนังที่โดนแสงแดดอยู่บ่อย ๆ ก็ได้ เราสามารถป้องการริมฝีปากคล้ำจากแสงแดดได้โดยเลือกใช้ลิปสติกสูตรกันแดด และพยามเลี่ยงแดด แต่ในกรณีที่คุณแพ้ลิปสติก เมื่อไปเจอแสงแดดก็อาจจะยิ่งทำให้ปากดำคล้ำมากขึ้น
  • การแพ้ลิปสติก สาว ๆ บางคนอาจเลือกใช้ลิปสติกโดยที่ไม่ศึกษาสินค้าให้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งลิปสติกราคาถูกไม่ได้มาตรฐานและไม่ได้การรับรอง อ.ย. สามารถทำให้ปากคล้ำเสียได้ หรือลิปสติกที่มีคุณภาพดี ยี่ห้อดัง ก็อาจทำให้บางคนแพ้ได้เช่นกัน ซึ่งผู้ที่แพ้โดยมากแล้ว เกิดจากการแพ้น้ำหอม สี หรือสารกันเสียที่มีอยู่ในลิปสติก
  • อุณหภูมิ เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ปากคล้ำและแห้งแตกได้ เช่น ช่วงอากาศหนาวเย็น ปากของคุณอาจจะมีสีคล้ำซีด เกิดจากการที่เส้นเลือดเกิดการหดตัวและมีสีดำมาคั่งค้างมากกว่าปกติ แต่ปัญหานี้จะหายไปหลังหมดฤดูหนาว หรือหลังจากที่ริมฝีปากไม่ต้องเผชิญอากาศหนาวแห้งแล้ว จึงไม่น่าเป็นกังวลมากนัก
  • ผู้ที่มีสุขภาพไม่สมบูรณ์ หรือโรคประจำตัว เช่น เลือดจาง เจ็บป่วยเรื้อรัง ผู้ป่วยระยะฟื้นไข้ ก็อาจเป็นสาเหตุทำให้ระบบไหลเวียนในร่างกายผิดปกติทำให้ปริมาณเลือดที่ไหลมาเลี้ยงริมฝีปากมีน้อยลง จึงทำให้ปากดูซีดเซียว นอกจากนั้น ในกรณีผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจที่เลือดมีความเข้มข้น ก็อาจส่งผลทำให้ริมฝีปากดูคล้ำกว่าคนปกติได้
  • ยาบางชนิด  ผู้ที่รับประทานยาอยู่เป็นประจำ เช่น เบาหวาน ยาขับปัสสาวะ ยารักษาเชื้อรา ยารักษาโรคภูมิแพ้ หรือยารักษาหวัด ก็อาจเป็นอีกสาเหตุทำให้เกิดอาการปากดำคล้ำได้
  • ผักผลไม้บางชนิด ผลไม้รสเปรี้ยวจำพวกส้ม สับปะรด มะม่วง มะขาม ฯลฯ และผักในกลุ่ม ขิง ขึ้นฉ่าย ผักชี หอม กระเทียม อาหารเหล่านี้มีสารที่ชื่อว่า โซราเลน (soralen) ที่ตกค้างตามริมฝีปากได้หลังจากการรับประทาน ถ้าสารเหล่านี้สัมผัสกับสารอัลตราไวโอเลตในแสงแดด ก็จะเกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่ทำให้ริมฝีปากอักเสบและมีการกระตุ้นการสร้างเซลล์ให้สร้างเม็ดสีออกมามากขึ้น ทำให้ริมฝีปากดำคล้ำ

วิธีแก้ปากดําคล้ำ

  •  หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้ปากดำ สาเหตุหลัก ๆ ที่ก่อให้เกิดริมฝีปากดำคล้ำนั้นก็มาจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเรานี่เอง เช่นการมีนิสัยเลียริมฝีปากบ่อย ๆ การสูบบุหรี่เป็นประจำ ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำนั้นมีโอกาศที่จะมีริมฝีปากดำคล้ำสูงและรักษายาก ถ้าเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ได้ก็เลี่ยงเลยจะดีกว่า ที่สำคัญก็คือต้องหลีกเลี่ยงการใช้ลิปสติกแท่งที่ทำให้เกิดการแพ้ และทาลิปสติกที่ผสมสารกันแดดทุกครั้งก่อนออกแดด งดหรือหยุดการใช้ยาสีฟันที่ทำให้เกิดอาการแพ้ ควรล้างริมฝีปากตามหลังทุกครั้ง เมื่อรับประทานผักผลไม้ อาหาร หรือของหวาน ส่วนการล้างหน้าก็ให้เน้นล้างที่ริมฝีปากไปด้วยพร้อมกับเช็ดปากให้สะอาด เป็นต้น นอกจากนี้หากคุฯสังเกตได้ว่าแพ้ผลิตภัณฑ์ใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปากก็ควรหยุดใช้ทันที แล้วเปลี่ยนไปใช้ยี่ห้ออื่นแทน
  • ดื่มน้ำสะอาดให้มาก ๆ วิธีนี้ฟังดูแล้วเหมือนจะง่าย ๆ แต่ให้ที่ดี เพราะการดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ โดยค่อย ๆ จิบน้ำไปเรื่อย ๆ ทีละนิดระหว่างวัน จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวพรรณและฟื้นฟูผิวพรรณให้ชุ่มชื้นขึ้นได้ ถ้าดื่มน้ำเพียงพอนอกจากริมฝีปากจะอิ่มเอิบแล้วนั้นสภาพผิวก็ชุ่มชื้นขึ้นอีกด้วย แก้หน้าหน้าหมองให้กลับมามีหน้าที่ใส และแก้อาการใต้ตาคล้ำให้ดีขึ้นด้วย
  • ไม่ควรลองผิดลองถูก สาว ๆ ไม่ควรลองผิดลองลองถูกกับผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการหาซื้อยามาทาเอง หรือจะซื้อตามโฆษณาบนสื่อโทรทัศน์ ไม่อาจรับประกันได้ว่า จะไม่มีผลเสียอาจจะเกิดขึ้นได้ทันทีหลังการใช้หรือเกิดผลเสียในระยะยาวก็เป็นได้ หลังจากใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ หากคุณมีอาการไม่สบายอื่น ๆ ร่วมด้วย ก็ควรจะปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจหาสาเหตุ เมื่อพบแล้วก็จะได้ทำการรักษาในแนวทางที่ถูกต้องต่อไป ที่สำคัญไม่ควรหายามารักษาเองเพราะอาจมีอาการแย่ลงได้
  • ใช้แปรงสีฟันเป็นตัวช่วย หลังจากสาว ๆ แปรงฟันเสร็จแล้ว ก็สครับปากต่อเลยโดยให้คุณใช้แปรงสีฟันค่อย ๆ ถูไปมาแบบเบา ๆ บริเวณริมฝีปากทั้งบนและล่างเป็นประจำทุกวัน เพื่อเป็นการช่วยผลัดเซลล์เก่าที่ตายแล้วออกไป เผยผิวใหม่ทำให้ปากดูอมชมพูมากขึ้น วิธีนี้ใช้เวลาไม่นานในการสังเกตผล หลาย ๆ คนทำวิธีนี้ไม่ถึงเดือนก็สัมผัสได้ถึงความแตกต่างแล้ว หรือสาว ๆ อาจใช้วิธีการแปรงฟันเสร็จแล้วก็แปรงริมฝีปากต่อทั้ง ๆ ที่ยังมียาสีฟันติดอยู่ ครั้งละประมาณ 1-2 นาที ก็ได้
  • สครับริมฝีปาก สาว ๆ สามารถเลือกใช้สครับปากที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป หรือจะเลือกใช้สครับขัดปากสูตรธรรมชาติก็ได้ วันนี้มีสูตรธรรมชาติมาฝากกัน
  • น้ำผึ้ง น้ำตาล และวาสลีน โดยสูตรนี้ให้คุณใช้น้ำผึ้ง น้ำตาล และวาสลีน อย่างละ ½ ช้อนชา นำมาผสมให้เข้ากันแล้วนำไปนวดวนให้ทั่วริมฝีปากประมาณ 2 นาที หลังจากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จากนั้นให้ใช้สำลีชุบน้ำอุ่นเช็ดออก สูตรนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ดำคล้ำออกไปอย่างอ่อนโยน ทำให้ปากค่อย ๆ กลับมามีสีแดงระเรื่อเนียนนุ่มโดยใช้เวลาไม่นาน
  • น้ำมะนาว น้ำนม และน้ำตาล ส่วนอีกสูตรให้ใช้ น้ำมะนาว น้ำนม และน้ำตาล อย่างละ ½ ช้อนชา โดยวิธีการใช้คือนำมาผสมให้เข้ากันแล้วนำมาทาพร้อมกับนวดวนให้ทั่วปาก หรืออาจใช้สำลีชุบแล้วพอกทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีก็ได้ สำหรับใครที่ริมฝีปากเป็นแผลควรหลีกเลี่ยงการใช้สูตรนี้ เพราะอาจเกิดการละคายเคืองได้เนื่องจากมีส่วนผสมของน้ำมะนาวที่มีฤทธิ์เป็นกรด โดยทั้งสองสูตรนี้ให้ทำแค่สัปดาห์ละ 2 ครั้ง

ถ้าใครทำตามเคล็ดลับที่นำมาฝากกันในวันนี้ และทำอย่างต่อเนื่อง คุณก็จะได้มีริมฝีปากอมชมพูเนียนนุ่มและอยู่กับคุณไปนาน ๆ แน่นอน